Wednesday, 24 April 2024

3 สถานที่ขอพรให้เงินให้งานครึ่งหลังปี 2566 ปังไม่หยุด

[ad_1]

ปี 2566 ดูจะเป็นปีที่แสนเหนื่อยสำหรับคนทำมาหากินทุกคน เพราะเป็นช่วงเวลาหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 เพิ่งจะจบไป สภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกเกิดอาการถดถอยและเงินเฟ้อกันถ้วนหน้า ผู้ที่จะรอดได้ไม่ใช่แค่ฝีมือ หากมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีกำลังใจในการต่อสู้กับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง สามสถานที่ขอพรที่ทาง Tonkit360 ขอแนะนำคุณผู้อ่านเดินทางไปขอพรกัน และกลับมาทำงานด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ เพราะความสำเร็จไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาโดยง่าย หากต้องลงแรง ลงใจเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์

ตามความเชื่อในศาสนพราหมณ์-ฮินดู พระพรหมเป็นเทพผู้สร้างและรังสรรค์สรรพสิ่ง ทำให้ผู้คนมักขอพรเรื่องการงาน ทรัพย์สิน โชคลาภ และสุขภาพ โดยมีความเชื่อด้วยว่าแต่ละพักตร์จะประทานพรแตกต่างกันไป โดยไล่จากพระพักตร์ด้านหน้านับเวียนไปตามขวามือ ดังนี้

พระพักตร์ด้านหน้า – เรื่องการงาน การเรียน การเลื่อนตำแหน่งต่าง ๆ

พระพักตร์ที่ 2 – เรื่องที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน รวมถึงหนี้สินต่าง ๆ

พระพักตร์ที่ 3 – เรื่องสุขภาพ ชีวิตครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย

พระพักตร์ที่ 4 – เรื่องโชคลาภ และการขอบุตร

ศาลท้าวมหาพรหม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิที่ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนให้ความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก โดยสิ่งของที่ใช้ไหว้ประกอบไปด้วย พวงมาลัยดอกดาวเรือง 4 พวง ธูป 12 ดอก เทียน 4 เล่ม สำหรับการไหว้ให้ครบทั้ง 4 ทิศ

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือวัดแขกสีลม

วัดพระศรีมหาอุมาเทวีหรือวัดแขก สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยชาวอินเดียจากรัฐทมิฬนาฑู ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย และอพยพย้ายถิ่นมาอยู่ในเมืองไทย โดยภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระแม่มหาอุมาเทวี เทพของศาสนาฮินดู ผู้ทรงเป็นมารดาของพระพิฆเนศและเป็นชายาของพระศิวะ

โดยพระแม่มหาอุมาเทวี เป็นเทพแห่งความเมตตา ทำให้คนจำนวนมากเดินทางไปกราบไหว้ขอพร โดยเฉพาะในเรื่องของหน้าที่การงาน สุขภาพร่างกาย และความรัก ซึ่งการสักการะขอพรนั้น ให้ถวายดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ มะพร้าวอ่อน และกล้วยน้ำว้า

ศาลเจ้าพ่อเสือ

่ศาลเจ้าพ่อเสือ หรือ “ตั่วเล่าเอี้ย” เป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐาน เฮี้ยงเทียนเซียงตี่, รูปเจ้าพ่อเสือ, เจ้าพ่อกวนอู และเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของทั้งคนไทยและจีนเป็นอย่างมาก

ศาลเจ้าพ่อเสือ มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เดิมตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมือง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ขยายถนนบำรุงเมือง และให้พระยาโชฎีกราชเศรษฐีย้ายศาลมาไว้ที่ทางสามแพร่ง ถนนตะนาว จนถึงปัจจุบัน

เทพเจ้าประจำศาล คือ เสียนเทียนซั่งตี้หรือเจ้าพ่อเสือ ซึ่งเป็นที่เลื่องชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้ผู้ที่เคารพศรัทธาสามารถผ่านอุปสรรค และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน สำหรับการสร้างศาลประดิษฐานรูปเสือนั้น เป็นการนำเอากระดูกเสือบรรจุในแท่นปั้นรูปประดิษฐานบนแท่น อัญเชิญดวงวิญญาณเสือขอให้ปกปักรักษาประชาชนให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข

วิธีสักการะ คือไหว้ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ และพวงมาลัย 1 พวง ส่วนการสักการะเจ้าพ่อเสือ จะต้องซื้อเครื่องเซ่น ประกอบด้วย หมูสามชั้น ไข่สด และข้าวเหนียวหวาน



[ad_2]

Source link