Monday, 27 May 2024

โคราช ใช้ศิลปะเปลี่ยนวัดร้างผีดุ บูรณะซากโบสถ์เก่าอายุ 240 ปี เป็นแหล่งปฏิบัติธรรมตามหลักศาสนา

[ad_1]

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่บ้านหนองตาคง ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ภายในพื้นที่วัดร้าง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดเก่าหนองตาคง” เคยเป็นโบสถ์เก่าอายุกว่า 240 ปี ชำรุดเสียหายจนไม่แทบไม่เหลือสภาพเดิม ขนาดพื้นที่กว่า 200 ตารางเมตร พบงานศิลปะที่สวยงามแปลกตา เป็นการบูรณะใช้ศิลปะร่วมสมัยที่ตกแต่งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญงานศิลป์ ให้ยังคงความเก่าของวัตถุที่ยังคงเหลืออยู่ ใช้โทนสีที่แลดูเก่าเข้มขลัง และสร้างหลังคาครอบอีกชั้น พร้อมทั้งยังพบลูกนิมิตโบราณ 1 ลูก วางอยู่ด้านหน้าของโบสถ์แห่งนี้

จากการสอบถามนายปุณณ์ธนชัย  ม่วงประกาย หรือ อาจารย์ปุณณ์ อายุ 60 ปี ผู้เชี่ยวชาญศิลปะทางด้านจิตรกรรมประติมากรรมและศิลปะสื่อผสม เปิดเผยว่า ในอดีตสถานที่แห่งนี้เป็นวัดเก่าสร้างมาสมัยเสียกรุงครั้งที่ 2 เหลือเพียงซากโบสถ์เก่าซึ่งเป็นลักษณะโบสถ์มหาอุดมีประตูทางเข้าเพียงประตูเดียวนับว่าเป็นสิ่งที่หายาก เหลือซากอิฐเผาไม้เก่าและปูนตำ แต่ถูกปล่อยให้รกร้างมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานนับร้อยปี จนชำรุดผุพัง เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ลือกันว่าที่นี่มีผีดุมาก ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามา

ต่อมาตนได้รับการติดต่อจากพระ ฐิติโก ภิกขุ ให้มาช่วยบูรณะซ่อมแซมสถานที่โบราณแห่งนี้ให้สวยงามและคงความเข้มขลัง โดยตั้งโจทย์ไว้ว่าให้อนุรักษ์ของเก่าเอาไว้สิ่งใดที่สร้างขึ้นมาให้อนุรักษ์ไว้ไม่ให้ไปทำลายของเก่า แต่แต่งเติมขึ้นมาให้สวยงามน่าชม ได้นำศิลปะเข้ามาผสมผสานจนกลมกลืน ตกแต่งตามรูปแบบเดิมแล้วประกอบขึ้นมาใหม่อย่างเช่นการใช้อิฐเก่าที่ขุดได้บริเวณรอบ เพื่อมาประกอบสิ่งที่หายไปยึดโทนสีเก่าเป็นโทนสีของอิฐและตะไคร่น้ำ โดยสิ่งที่จะสร้างมาใหม่ก็จะจำลองให้ดูขายของเก่าอย่างเช่นเสาหลังคาที่สร้างขึ้นเพื่อค้ำหลังคาครอบตัวโบสถ์อีกทีก็จะดูมีร่องรอยของอิดแตก โดยใช้เวลาสร้างมากว่า 2 เดือน ขณะนี้ก่อสร้างได้ 80% แล้ว และกำลังออกแบบก่อสร้างต้นโพธิ์พันปีประดับอยู่ด้านหลังของโบสถ์ พร้อมกับจะปูกระเบื้องภายในพื้นที่ทั้งหมด บริเวณรอบนอกเป็นการปลูกป่าเพิ่ม 

ด้านพระ ฐิติโก ภิกขุ หรือหลวงตาอ๋อย พระผู้ดูแลสถานที่ เล่าว่าได้เดินทางธุดงค์มาจากจังหวัดมุกดาหาร พบสถานที่แห่งนี้ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้างถูกทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า ซึ่งตนเองเกิดที่บ้านหนองตาคงแห่งนี้  แต่ได้จากบ้านไปกว่า 40 ปี กระทั่งมีโอกาสได้กลับมาจึงอยากพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้มีประโยชน์ ซึ่งทราบว่าสถานที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นวัดมาก่อน จากนั้นได้ศึกษาและตรวจสอบพร้อมทั้งติดต่อไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนานครราชสีมาและกรมศิลปากรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนพอทราบมาว่าวัดดังกล่าวเคยจัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ 2325 แล้วถูกปล่อยทิ้งร้างมานานกว่า 240 ปี จนโบราณสถานถูกบุกรุก เหลือเพียงซากโบสถ์โบราณที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ซากอิฐซากปูนซากไม้ที่เหลืออยู่ให้เห็นเพียงเล็กน้อย โดยขณะนี้โฉนดที่ดินก็ยังระบุว่าสถานที่แห่งนี้เป็นวัดร้าง จึงมีความคิดอยากจะพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้เกิดประโยชน์ในการสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป มุ่งหวังบูรณะให้สวยงาม แต่ยังคงไว้ซึ่งความเก่าให้สมกับเป็นวัดเก่าแก่ 240 ปี และอยากอนุรักษ์เอาไว้ให้คนรุ่นหลัง จึงได้ปรึกษากับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะ ให้เข้ามาช่วยออกแบบและสร้าง โดยใช้ปัจจัยจากผู้ที่มีจิตศรัทธา ส่วนใหญ่จะขอบริจาคเป็นอิฐหินปูนทรายตามแต่จิตศรัทธา พร้อมกันนี้ชาวบ้านใกล้เคียงที่มีความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างเมื่อว่างเว้นจากภารกิจการงาน มาช่วยกันออกแรงช่วยสร้างช่วยพัฒนาวัดร้างแห่งนี้

 

“ส่วนเรื่องภูตผีปีศาจ หลวงตาอ๋อยบอกว่าเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา อยากให้ทุกคนมีสติตามหลักคำสั่งสอนของศาสนาพุทธ ส่วนชาวบ้านที่ต้องการขอโชคลาภหวยเบอร์ ทางวัดต้องขออภัยไว้ด้วยเนื่องจากหลวงตามีความตั้งใจที่พัฒนาสถานที่แห่งนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรมพานั่งสมาธิเดินจงกรม ใช้ธรรมะกล่อมเกลาจิตใจ ตามหลักพระพุทธศาสนา ขอละเว้นในเรื่องของการใบ้ตัวเลข เจิมรถรวมถึงวัตถุของขลังศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ”



[ad_2]

Source link