Wednesday, 26 June 2024

เศร้า 2 นักเรียนหญิง ขี่ จยย.ไปโรงเรียนที่อุดรฯ ถูกพ่วง 18 ล้อทับร่างดับคาถนน

[ad_1]

2 นักเรียนหญิงขี่ จยย.ฝ่าสายฝนไปโรงเรียน ถูกรถพ่วง 18 ล้อเหยียบร่างเละดับคู่ คาถนนอุดร-หนองบัวลำภู หน้าสถานพินิจฯ อุดรธานี ญาติทราบข่าวตามมาดู ร่ำไห้แทบขาดใจ ด้านคนขับคู่กรณีเสียใจรับเป็นอุบัติเหตุ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2566 พ.ต.ท.ศิริชัย โพธิจักร สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ เหยียบเด็กนักเรียนหญิงเสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุดรธานี ต.นิคมสงเคราะห์ หลักกิโลเมตรที่ 14 ถนนอุดร-หนองบัวลำภู ฝั่งขาเข้าเมืองอุดรธานี หลังรับแจ้งเหตุจึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี อาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน รุดออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ 

ที่เกิดเหตุ พบศพ น.ส.ศุภิสรา รัตนะโค้น หรือ น้องเบล อายุ 15 ปี ชาวบ้าน หมู่ 6 บ้านนิคมสงเคราะห์ 2 ต.โคกสะอาด อ.เมือง จ.อุดรธานี นักเรียนชั้น ม.3/9 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ และ ด.ญ.เกศสุดา เนตณีย์ หรือน้องเนย อายุ 14 ปี ชาวบ้าน หมู่ 7 ต.หนองบัวบาน อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นักเรียนชั้น ม.2/8 โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อ.เมืองอุดรธานี สภาพศพถูกรถชนและเหยียบร่างแหลกเละอุดรธานี ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าสกู๊ปปี้ สีเทาดำ ทะเบียน 2กฒ 3270 อุดรธานี ล้มตะแครงอยู่ริมถนน พังเสียหายเล็กน้อย โดยมีญาติผู้เสียชีวิตที่ทราบข่าว เดินทางไปที่เกิดเหตุ ต่างร้องไห้ด้วยเศร้าโศกเสียใจ ดังระงมในพื้นที่ สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่พบเห็น  

ห่างไปประมาณ 800 เมตร รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 81-5523 หนองบัวลำภู ลูกพ่วง ทะเบียน 81-5524 หนองบัวลำภู จอดอยู่ริมถนน ไม่มีร่องการเชี่ยวชน มีนายอนันต์ ประธรรมเต อายุ 38 ปี ชาวบ้าน หมู่ 4 ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู แสดงตัวเป็นผู้ขับรถบรรทุกพ่วง ยืนรอมอบตัวกับตำรวจ ได้ควบคุมตัวพร้อมรถพ่วง ไป สภ.ห้วยหลวง เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้นำ ไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อรอญาติไปติดต่อรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

นายอนันต์ คนขับรถพ่วง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถบรรทุกหินจาก อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู จะไปส่งที่ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี ขับออกมาตั้งแต่ 05.00 น. ตนขับมาด้วยความเร็วปกติ ก่อนถึงจุดเกิดเหตุตนเบี่ยงเข้าเลนขวาเล็กน้อย เพื่อแซงรถจักรยานที่ปั่นอยู่ข้างหน้า เมื่อแซงไปได้สักพักก็มีคนขี่รถจักรยานยนต์ตามมาบอกให้จอด ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเกิดอุบัติเหตุ เมื่อจอดรถแล้วก็ลงมายืนรออยู่หน้ารถ ไม่ได้หลบหนี และโทร. บอกนายจ้าง ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่มาสอบถาม

“ตัวเองขับรถพ่วงมาตามปกติ ไม่ได้ชนรถจักรยานยนต์ ไม่ได้ชนอะไรทั้งสิ้น และไม่รู้ว่าเหยียบคนตาย ไม่เห็นเด็กขับรถจักรยานยนต์มาด้วยซ้ำ พอรู้ว่าเป็นเด็กนักเรียน ตนก็ตกใจมาก เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะตัวเองก็มีลูกเรียนอยู่ชั้น ม.2 เช่นกัน พูดถึงก็ยังสลดใจ ขนลุกไปหมด ขอโทษญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตด้วย ก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และจะช่วยทำบุญกับญาติผู้ตายด้วย” คนขับรถพ่วง 18 ล้อคู่กรณี กล่าว

หลังจากนั้นญาติผู้ตาย ได้เดินทางมาที่ สภ.ห้วยหลวง เพื่อมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับตำรวจ และได้พูดคุยสอบถาม นายอนันต์ ว่าเหตุเกิดขึ้นอย่างไร นายอนันต์ได้ยกมือไหว้ขอโทษ ส่วนญาติพี่น้องก็รับฟังด้วยความเข้าใจ แต่ก็ร้องไห้เสียใจอยู่ตลอดเวลา

ด้านนางสุบิน รักษาบุญ อายุ 63 ปี ยายน้องเบล เล่าทั้งน้ำตาว่า น้องเบลกับน้องเนย เป็นญาติกัน พ่อแม่ของทั้งคู่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ปกติน้องเบลจะนั่งรถตู้รับส่งไปโรงเรียน ส่วนน้องเนยนั่งรถโดยสารไปเอง แต่เมื่อเย็นวานนี้น้องเนยมานอนกับน้องเบล เมื่อเช้านี้ทั้งสองอาบแต่งชุดนักเรียนเสร็จแล้ว ตนบอกให้น้องเบลว่ารถตู้รับส่งมาแล้ว แต่น้องเบลไม่ไปจะขี่รถจักรยานยนต์ไปกับน้องเนย ตนจะห่อข้าวให้ก็ไม่เอา ตนบอกให้เอาหมวกกันน็อก ตาบอกให้เอาเสื้อกันฝน สั่งหลานว่าอย่าขับรถเร็วเพราะฝนมันตก น้องเบลขอเงินเติมน้ำมันรถ แต่ตนบอกว่าไม่มี เย็นนี้จะขายมันสำปะหลังค่อยมาเอา ทั้งสองได้ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันออกไปไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่ารถชนน้องเบลและน้องเนย เสียชีวิต

“มีลางสังหรณ์ เมื่อ 2-3 วันก่อน รถยนต์พ่อน้องเบล ซึ่งจอดอยู่ในบ้าน แต่เสียงสัญญาณกันขโมยดังขึ้นมาเอง เสียงดังมากจนตกใจ และหนังตาข้างขวาของตนกระตุกหลายครั้ง ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าตากระตุก ข้างขวาเป็นเรื่องร้าย ข้างซ้ายเป็นเรื่องดี เมื่อเช้านี้ตนก็ยังเห็นหลานทั้งสองอยู่เลย แต่ตอนนี้หลานเสียชีวิตแล้ว ซึ่งญาติกำลังไปติดต่อรับศพน้องเบลนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าอัมพวัน หมู่ 6 บ้านนิคมสงเคราะห์ 2 ส่วนน้องเนย นำไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน” ยายน้องเบล กล่าว

ขณะที่ พ.ต.ท.ศิริชัย โพธิจักร สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการเชี่ยวชน รถจักรยานยนต์มีร่องรอยการล้มที่ด้านหน้าเล็กน้อย พื้นถนนมีรอยลากเป็นทางยาวประมาณ 3 เมตร คาดว่าเกิดจากรถพ่วงเกี่ยวรถจักรยานยนต์บดไปกับพื้นถนน ส่วนรถพ่วงก็ไม่มีร่องรอยการชน คาดว่าเด็กขับรถจักรยานยนต์เพื่อรีบไปโรงเรียน แต่เนื่องจากฝนตกตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ทำให้มีน้ำขังบนพื้นถนน อาจจะทำให้ลื่นและล้มลง เมื่อรถพ่วงขับตามมา พ่วงตัวลูกจึงเหยียบเข้าอย่างจัง โดยยังไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะได้สอบสวนคนขับรถพ่วงอย่างละเอียดอีกครั้ง และจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต”.

[ad_2]

Source link