Wednesday, 24 April 2024

ศึกษาประวัติพระเกจิอาจารย์ หลวงปู่เฉลิม ผลปัญโญ วัดพวงนิมิต สระแก้ว

[ad_1]

หากกล่าวจ.สระแก้ว ในมุมของความเชื่อ ความศรัทธา เกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง อันดับๆที่หลายคนนึกถึง ย่อมเป็น หลวงปู่หมุน ฐิตสีโลแห่ง วัดป่าหนองหล่มวนาราม อีกหนึ่งรูปก็คงไม่พ้น หลวงปู่กาหลง เตชวัณโณ เขี้ยวแก้ว วัดเขาแหลม อย่างไรก็ดี ในยุคปัจจุบัน ยังมีอีกหนึ่งเกจิที่ได้รับการยอมรับ ยกย่อง ขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งเขาฉกรรจ์” นั่นคือ หลวงปู่เฉลิม ผลปัญโญ

พระครูวินิตปัญญาคุณ หรือ “หลวงปู่เฉลิม ผลปัญโญ” เจ้าอาวาสวัดพวงนิมิต บ้านพวงนิมิต ต.พวงนิมิต อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

สำหรับประวัติพระครูวินิตปัญญาคุณ หรือ “หลวงปู่เฉลิม ผลปัญโญ” เจ้าอาวาสวัดพวงนิมิต บ้านพวงนิมิต ต.พวงนิมิต อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว พระเกจิชื่อดังที่ชาวเมืองสระแก้ว ให้ความเลื่อมใสศรัทธา และรู้จักชื่อเสียงเป็นอย่างดี ถูกยกให้เป็น “เทพเจ้าแห่งเขาฉกรรจ์” ท่านบวชที่วัดสระแก้วเมื่อ พ.ศ. 2512 เป็นศิษย์หลวงพ่อทอง วัดสระแกัว เป็นศิษย์ผู้น้องของหลวงพ่อสนย์ วัดทุ่งพระ ต่อมาเกิดสงครามในประเทศกัมพูชาเขมรแดงไล่ฆ่ากันเองยิงปืนใหญ่มาตกตามแนวชายแดนไทยทำให้ประชาชนชาวไทยเดือดร้อนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก และที่บ้านซับตาลี อ.คลองหาด จ.สระแก้ว มีการยิงปืนใหญ่มาตกเป็นจำนวนมาก
 

มีผู้มีอาคมเก่งกล้าคนหนึ่งชื่อ อ.คำหมี สามารถเสกให้ลูกปืนใหญ่ไปตกที่อื่นได้ทุกครั้งที่มีการสู้รบกันชาวทั่วทุกทิศจะไปรวมตัวกันที่บ้าน อ.คำหมี ผู้นี้แม้จะมีการสู้รบหนักขนาดไหนก็ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ลูกปืนใหญ่จะตกเข้ามาใกล้บริเวณบ้าน อ.คำหมี เป็นที่เรื่องลือไปทั่ว จ.สระแก้ว เมื่อข่าวรู้ถึงพระเฉลิมขณะนั้นจึงเดินทางไปจนเห็นกับตาตัวเองจึงเกิดความเลื่อมใส จึงขอฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาจนสำเร็จ

 พระครูวินิตปัญญาคุณ หรือ “หลวงปู่เฉลิม ผลปัญโญ” เจ้าอาวาสวัดพวงนิมิต บ้านพวงนิมิต ต.พวงนิมิต อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้วสำหรับวัดพวงนิมิต หรือเดิมที่ชาวบ้านเรียนว่า “วัดหนองอีพวง” ในสมัยก่อน เป็นพื้นที่ป่ารกร้าง ต้นไม้ขึ้นปกคลุม มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงตาช่วย ไม่ทราบฉายา มาจำพรรษาอยู่ประมาณ 3 ปี จากนั้นท่านย้ายไปอยู่ที่วัดอื่น

จากนั้นหลวงพ่อทองปน ดูแลวัดต่ออีก 4 ปี พ.ศ.2518 ท่านได้ลาสิกขา ทำให้วัด หนองอีพวงขาดผู้ดูแล ชาวบ้านนิมนต์หลวงปู่เฉลิม ผลปญฺโญ จากวัดหนองปรือ หรือ วัดราษฎร์นิมิต จ.สระแก้ว มาจำพรรษา ท่านได้พัฒนาและดูแลวัดเป็นอย่างดี ปรับปรุงวัดให้เจริญขึ้นจนถึงปัจจุบัน

ศึกษาประวัติพระเกจิอาจารย์ หลวงปู่เฉลิม ผลปัญโญ วัดพวงนิมิต สระแก้ว

หลวงปู่เฉลิม พัฒนาวัดหนองอีพวง จากวัดเล็กๆ ที่อยู่ในพื้นที่กันดารให้มีความเจริญ และเปลี่ยนชื่อป็น “วัดพวงนิมิต” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ.2533

พ.ศ.2519 หลวงปู่เฉลิม นำประชาชนร่วมกันก่อสร้างอาคารชั่วคราว 2 ห้องเรียน ทำด้วยไม้ มุงด้วยสังกะสี ไม่มีฝา พื้นไม่ได้เทคอนกรีต ค่าก่อสร้างประมาณ 30,000 บาท บนพื้นที่ 13 ไร่ 3 งาน 75 ตารางวา โดย นายบุญ ทองประเสริฐ เป็นผู้มอบที่ดินให้

ต่อมาในปี พ.ศ.2525 ได้มีผู้บริจาคที่ดินเพิ่มขึ้นอีก รวมมีเนื้อที่ 14 ไร่ 2 งาน 75 ตารางวา และเมื่อปี พ.ศ.2527 โรงเรียนได้งบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน จำนวน 1 หลัง 4 ห้องเรียน
3
หลวงปู่เฉลิม ร่วมกับชาวบ้านบริจาคเงิน ขอซื้อที่ดินเพิ่มอีก 1 ไร่ 1 งาน 1 ตารางวา เนื่องจากเห็นว่าบริเวณโรงเรียนคับแคบ ไม่เหมาะสมที่จะสร้างอาคารเรียน จึงจัดซื้อที่ดินทางทิศตะวันออกเพิ่ม รวมมีเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 76 ตารางวา ให้เป็นสถานที่ศึกษาของเด็กบ้านพวงนิมิต ไม่ต้องเดินทางไปเรียนไกลๆ นอกหมู่บ้าน ซึ่งเด็กๆ ที่จบจากโรงเรียนวัดพวงนิมิต ได้ไปศึกษาต่อในสถานที่การศึกษาต่างๆ จนสำเร็จการศึกษาและได้กลับมาร่วมพัฒนาพื้นที่จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

หลวงปู่เฉลิม นอกจากเป็นพระนักพัฒนาแล้ว ท่านยังเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ในแต่ละวันจึงมีญาติโยมจำนวนมากเดินทางมากราบนมัสการ รับฟังธรรม และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เสริมความเป็นสิริมงคลอย่างไม่ขาดสาย

ท่านเป็นพระที่ยึดมั่นในศีลธรรม จะคอยอบรมลูกศิษย์อย่าประมาทในศีล เป็นสมณะต้องมักน้อยสันโดษ เป็นอยู่ง่ายๆ กินแต่น้อย ไม่สะสมทรัพย์สิ่งของ

วัตถุมงคลของหลวงปู่เฉลิม ได้รับความนิยมจากบรรดาคณะศิษย์ มีหลายชนิด มงคลวัตถุของท่านสร้างด้วยความพิถีพิถันเป็นพิเศษทุกขั้นตอน สร้างด้วยความตั้งใจจริง ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ที่เป็นที่รับรู้นั้น คือการจารยันต์ใต้น้ำ สำหรับการดำน้ำเพื่อลงอักขระวัตถุมงคลใต้น้ำของพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง เช่น หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท พระครูรัตนรังษี (หลวงปู่พุ่ม) วัดบางโคล่นอก เขตยานนาวา กทม. หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม และหลวงปู่แย้ม วัดตะเคียน จ.นนทบุรี

เหตุที่เกจิดำน้ำจารยันต์มีคติความเชื่อว่าจะเพิ่มความเข้มขลังให้วัตถุมงคล เพราะระหว่างดำน้ำจิตจะนิ่งรวมเป็นหนึ่งเดียว ขณะเดียวกันการจารต้องแม่นยำจึงบังเกิดเป็นอักขระเลขยันต์ เอกลักษณ์ของพระปิดตาห้วยจระเข้ ที่สำคัญคือ ต้องมีการลงเหล็กจารทุกองค์ด้วย ในการลงเหล็กจารนั้น มีเรื่องเล่ากันว่า หลวงปู่นาคท่านนำเอาพระปิดตาที่สร้างเสร็จแล้วไปลงเหล็กจารที่ท่าน้ำข้างๆ วัด โดยท่านจะนำลงไปจารอักขระใต้น้ำ เมื่อจารเสร็จแล้วก็จะปล่อยให้พระปิดตาลอยขึ้นมาเหนือน้ำเอง โดยมีลูกศิษย์ที่อยู่บนฝั่งคอยเก็บ ถ้าพระปิดตาองค์ไหนลงจารแล้วไม่ลอยน้ำขึ้นมาแสดงว่าพระปิดตาองค์นั้นไม่มีพลังพุทธคุณ อันอาจจะเกิดอักขระวิบัติจากการจารอักขระก็ได้ อักขระที่ท่านใช้คือ “นะคงคา” เป็นตัวหลัก เพราะหลวงปู่นาคสำเร็จ อาโปกสิน วัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกจึงหนักไปทางพลังเย็นเร้นเข้มขลังอย่างเอกอุ

 พุทธคุณของคาถาบทนี้แก้ร้อนรุ่มกลุ้มจิต ร้อนวิชาได้วิเศษนักแล เดิมทีเป็นพระคาถาที่หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ใช้ทำน้ำมนต์ประสานตัว พุทธคุณของยันต์ตัวนี้เด่นด้านคุ้มกันป้องกันภัย รวมทั้งป้องกันคุณไสย

อย่างในคราวสร้างวัตถุมงคล   เบี้ยแก้-ตะกรุดจันทร์เพ็ญ ตำราหลวงปู่ศุข  เพื่อสมทบทุนสร้างหอระฆัง วัดพวงนิมิต หลวงปู่เฉลิม ทำพิธีดำน้ำจารตะกรุดจันทร์เพ็ญ ให้ได้พลังมหาอำนาจจากกำลังพระอาทิตย์ (สุริยัน) และนำมาปลุกเสกเวลากลางคืนจนถึงเที่ยงคืน ให้ได้พลังมหาเสน่ห์จากกำลังพระจันทร์ (จันทรา) 

[ad_2]

Source link