Friday, 19 April 2024

นายกฯ จ่อลดเบนซิน กดค่าไฟลงอีก เล็งเอาโคกหนองนาโชว์ยูเอ็น

[ad_1]

“เศรษฐา” ลงพื้นที่เข้าหาชาวเชียงใหม่ โชว์กินหมูปิ้งซอฟต์เพาเวอร์ไทยๆ จับเข่าคุยชาวบ้านเขื่อนแม่กวง สั่งกรมประมงปล่อยพันธุ์ปลาช่วยเพิ่มรายได้ การันตีรัฐบาลไม่มีเบี้ยวลุยแก้รัฐธรรมนูญแน่ อ่อยผู้ใช้เบนซินมีลุ้นหลังนำร่องลดราคาดีเซล โอ่ลดค่าไฟทำได้แล้ว อาจไม่หยุดกดให้ต่ำกว่า 4.10 บาทต่อหน่วย อ้อนเป็นมือใหม่หัดขับ พูดเร็วข้อมูลไม่ครบ ผวาบูมเมอแรงกระแทกเข้าหน้า อวยพร “พิธา” ขอให้โชคดีในชีวิตการเมือง พท.ได้ทีเคลม 6 วันหลังรัฐบาลแถลงนโยบายช่วยประชาชนได้อื้อ “ทิม” ปัด ก.ก.เซียนเหยียบเมฆ ฝากเลี้ยง“หมออ๋อง” ซบพรรคเป็นธรรม เล่นเล่ห์จับปลาสองมือกอดเก้าอี้และอำนาจ แจงไขก๊อกรักษาระบบ แก้ทางรัฐธรรมนูญปี 60 บิดเบี้ยว จับตางบฯรัฐงอกกว่าแสนล้าน ไม่ตรงปกที่แถลงไว้ในสภาฯ

แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแบบคลุมเครือ ขาดความชัดเจน แต่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยังคงเดินหน้าพิสูจน์ด้วยการทำงาน ล่าสุดลงพื้นที่ตรวจราชการติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆ ของรัฐ และพบปะประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่อยู่ที่ จ.เชียงใหม่

“เศรษฐา” กินหมูปิ้งซอฟต์เพาเวอร์ไทยๆ

เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในการลงพื้นที่ภาคเหนือ หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ได้เดินทางพักค้างคืนที่ จ.เชียงใหม่ จากนั้นเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 16 ก.ย.นายกฯได้เดินทางไปที่หมู่บ้านกรีน วัลเลย์ ต.แม่สา อ.แม่ริม พร้อมรัฐมนตรี สส.และอดีต สส.ของพรรค อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรค พท. ร่วมทานอาหารเช้าและพูดคุยกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา ในฐานะเจ้าบ้าน 1 ชั่วโมงอย่างชื่นมื่น กระทั่งเวลา 10.00 น. นายเศรษฐาและคณะจะเดินทางลงพื้นที่ต่อ โดยจุดแรกตรวจเยี่ยมโครงการอุโมงค์ผันน้ำเพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำด้านการเกษตร และการอุปโภคบริโภค ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด โดยนายกฯสวมเสื้อยืดโปโลสีขาว แจ็กเกตสีน้ำตาล กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบสีขาว ก่อนถึงจุดหมายได้แวะข้างทางปากทางเข้าเขื่อนแม่กวงฯซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งระบุว่าเป็นซอฟต์เพาเวอร์เพื่อกินเป็นอาหารเช้า และกล่าวว่า เมื่อคืนที่ จ.เชียงใหม่ นอนหลับสบาย ไม่อยากตื่นเลย ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหนื่อยหรือเปล่า

ฮาคนแห่ส่องทะเบียนรถเป็นเลขเด็ด

ผู้สื่อข่าวกระเซ้าว่า ทราบหรือไม่ว่าทะเบียนรถที่ใช้ที่ จ.เชียงราย กบ 5959 เชียงราย ทำให้คนแห่ไปซื้อหวยจนหมดแผง นายเศรษฐากล่าวว่า “เหรอครับ แล้วหวยออกวันไหน” ผู้สื่อข่าวบอกว่าออกวันนี้ นายกฯถึงกับหัวเราะชอบใจ จากนั้นจึงชิมหมูปิ้งอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าลำ (อร่อย) หรือไม่ ขอให้นายกฯพูดเป็นภาษาเหนือ นายเศรษฐาหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “มุกนี้เคยลองแล้วแป้กไม่ไหว” แต่พยักหน้ายอมพูดว่า “ลำ” สำหรับยานพาหนะที่นายกฯใช้ปฏิบัติภารกิจที่ จ.เชียงใหม่ ใช้รถตู้โฟล์กสวาเกนสีดำ หมายเลขทะเบียน นก 9999 เชียงใหม่ บรรดานักเสี่ยงโชคไม่พลาดนำไปเป็นเลขเด็ดซื้อหวยเสี่ยงโชค เนื่องจากวันที่ 16 ก.ย.เป็นวันหวยออก

จับเข่าคุยชาวประมงเขื่อนแม่กวง

ต่อมาเวลา 10.30 น. นายกฯและคณะ เดินทางมายังเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ การอุปโภคบริโภค การเกษตรและการท่องเที่ยว มี น.ส.ศรีโสภา โกฏคำลือ สส.เชียงใหม่ เขต 10 ต้อนรับและร่วมลงพื้นที่ ระหว่างนายกฯเดินลงไปด้านล่างของเขื่อน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ ได้รายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำในเขื่อนและการใช้น้ำในพื้นที่ นายกฯสนใจสอบถามข้อมูลต่างๆ โดยได้แวะพูดคุยกับชาวประมงพื้นบ้านที่หาปลาในเขื่อน สอบถามถึงรายได้และจำนวนปลาที่จับได้แต่ละวัน นำไปขายที่ไหน พร้อมแนะนำให้ใช้ตาข่ายที่ตาไม่ถี่มาก เพื่อไม่ให้ติดปลาตัวเล็ก และขอดูปลาที่ชาวบ้านจับมาได้ ก่อนสอบถามพันธุ์ปลาอะไรที่ขายดีที่สุด ชาวบ้านระบุว่า ถ้าเป็นปลาพื้นบ้าน ปลาสร้อย ส่วนปลาที่ขายได้ราคาสูงคือ ปลากดและปลาบึก ปลากดอร่อยสุดอยู่ที่กิโลละ 200 บาท โดยชาวบ้านบอกว่ารายได้เดือนละเป็น 10,000 บาท แต่รายจ่ายก็เยอะเช่นกัน

สั่งปล่อยพันธุ์ปลาช่วยเพิ่มรายได้

ขณะที่นายกฯกล่าวว่า จะให้กรมประมงปล่อยพันธุ์ปลาเยอะขึ้น และหลากหลายขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านได้มีรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ฝากนายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ ให้กรมประมงปล่อยพันธุ์ปลาช่วยชาวบ้าน แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆต้องช่วยกัน ในน้ำมีปลาในนามีข้าว และให้จังหวัดชี้แจงประชาชนรัฐบาลได้ขยายทำอะไรไปแล้วบ้าง อย่างน้อยอ่างเก็บน้ำในจังหวัดอื่นๆจะได้มีตัวอย่าง จากนั้นนายกฯรับฟังสรุปสถานการณ์น้ำ มาตรการบริหารจัดการน้ำและความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำให้เขื่อนแม่กวงฯ คืบหน้า 80% เหลืออีก 20% เนื่องจากที่ผ่านมาติดปัญหาการก่อสร้างและติดสถานการณ์โควิด 2 ปี นายกฯได้สอบถามถึงระยะเวลาดำเนินโครงการแล้วเสร็จ และการเตรียมการรับมือในหน้าแล้ง ระหว่างทางมีกลุ่มสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือได้มาชูป้ายเรียกร้องข้อความว่า กระจายอำนาจ กระจายที่ดิน กระจายทรัพย์สิน หยุดนโยบายปล้นที่ดินของคนจน คนจนมีสิทธิ์ไหม เป็นต้น

การันตีแก้ รธน.แน่นอน

นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่า ไม่เคยพูดว่าเมื่อแก้รัฐธรรมนูญแล้วจะยุบสภา จนมีการนำไปเปรียบเทียบตอนที่แยกทางกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่ระบุว่าจะคืนอำนาจให้กับประชาชน ตอนนี้รัฐบาลมีความชัดเจนอย่างไรว่า ชัดเจน แถลงไปแล้วว่าจะนำคณะทำงานเข้ามา เพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การทำประชามติ เพื่อนำเข้าสู่สภาฯ ที่จะใช้เป็นเวทีถกเถียงกันในประเด็นความเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ประกาศไปแล้วในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกชัดเจน

อวยพร “พิธา” โชคดีในชีวิตการเมือง

นายเศรษฐา กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะที่เคยจะร่วมรัฐบาลกัน และแข่งขันทางการเมืองกันมา มีความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไรว่า ขอให้นายพิธาโชคดีในเรื่องต่างๆที่นายพิธาจะไปทำ อันนี้น่าจะไปถามหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) จะดีกว่า วันนี้ตนมาในบทบาทฝ่ายบริหารแล้ว ขอให้นายพิธาเดินทางในชีวิตการเมืองที่ถูกต้อง และเป็นที่ชื่นชมของทุกคน

บอกผู้ใช้เบนซินมีลุ้นหลังลดดีเซล

เมื่อถามการแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติลดราคาน้ำมันดีเซลไปก่อนหน้านี้ เป็นสัญญาณที่ดี แต่ผู้ใช้น้ำมันเบนซินมีเสียงสะท้อนว่าคนใช้เบนซินมีสิทธิ์หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “มีสิทธิ์สิครับ ใจเย็นนิดนึง ค่อยๆทำทีละเรื่อง อะไรที่ทำได้ ผมทำไปก่อน ไม่อยากจะประกาศพร้อมกันหมด หากจะให้ประกาศพร้อมกันหมดอาจต้องรอ 2-3 อาทิตย์ วันนี้เรื่องราคาน้ำมันดีเซลเราทำได้แล้วก็ทำ เรื่องไฟฟ้าเราทำได้แล้วเราก็ทำและจะทำอีก อาจจะไม่หยุดอยู่แค่ที่ 4.10 บาทก็ได้ อาจจะต่ำกว่านั้นก็ได้ เพราะเราตระหนักดีว่าพี่น้องเดือดร้อนทุกๆภาคส่วน ไม่อยากให้ต้องคอยประกาศที่เป็นแพลนใหญ่ แต่อยากให้พี่น้องทราบ อะไรที่ทำได้เราทำก่อน ขอความกรุณานิดนึง”

อ้อนเป็นมือใหม่หัดขับผวาหน้าแหก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนเดินทางไปต่างประเทศจะมีอะไรเซอร์ไพรส์อีกสักรอบหรือทำให้ประชาชนแปลกใจหรือไม่ นายกฯหัวเราะพร้อมกล่าวว่า บางเรื่องที่ทำให้แปลกใจก็ถูกต่อว่ามา ขอเอาเรื่องที่ดีๆ และแน่นอนมีข้อมูลพร้อมก่อนจะดีกว่า “มือใหม่หัดขับเราก็พยายามทำให้ดีๆ แต่ถ้าข้อมูลไม่ครบเดี๋ยวจะเป็นบูมเมอแรงกลับมาโดนหน้าอีก ต้องใจเย็นนิดหนึ่ง ก็เป็นบทเรียนน้อมรับครับ”

ปลูกยางนาหาทางฟื้นป่าเสื่อมโทรม

จากนั้นเวลา 12.18 น. นายกฯและคณะ เข้าตรวจเยี่ยมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด เพื่อศึกษาต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ น้ำ ป่า อาชีพ และการใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชนตามแนวทางพระราชดำริ และรับฟังบรรยายการพลิกฟื้นป่าเสื่อมโทรม ก่อนขึ้นรถรางเยี่ยมชมพื้นที่การพัฒนาป่า ณ บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เดินชมเส้นทางธรรมชาติและระบบฝาย พร้อมปลูกต้นยางนาเป็นที่ระลึก ตอกไม้ทำฝาย และกดปุ่มปล่อยไก่ป่า 9 ตัว จากนั้นไปพบปะคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมพูดคุยประเด็นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ระบบขนส่ง คมนาคม สังคมและสิ่งแวดล้อม (PM 2.5) ที่ห้องประชุม Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่

สนามบินแห่งที่ 2 เชียงใหม่มีแผนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่หรือสตาร์ตอัพมีข้อเสนอ อาทิ เปิดขยายเที่ยวบินเป็น 24 ชั่วโมง สร้างสนามบินแห่งที่ 2จ.เชียงใหม่ เป็นต้น โดยนายกฯกล่าวว่า หลายเรื่องเราตระหนักดีอยู่แล้วตั้งแต่มาหาเสียง การขยายเวลาให้บริการสนามบิน ให้เที่ยวบินต่างประเทศมีเพิ่มขึ้นน่าจะมีข่าวดีเร็วๆนี้ ขอฝาก ผวจ.ดูแลความเป็นอยู่ประชาชนรอบสนามบินให้เหมาะสมอย่าให้เดือดร้อน ส่วนการสร้างสนามบินแห่งที่ 2 อยู่ในแผนงานอยู่แล้ว ส่วนสถานที่มูเตลูโด่งดังใน จ.เชียงใหม่ ขอพรเรื่องความรักตรงกับนโยบายของ รมว.สาธารณสุข การเพิ่มจำนวนประชากรตนสนับสนุนเต็มที่ ขอชมกระทรวงสาธารณสุขปิดทองหลังพระดึงดูดการลงทุนเข้ามา ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ประเทศไทย เพราะการบริการด้านสาธารณสุขไทยเป็นระดับเวิลด์คลาส การสร้างถนนทุกคนทราบดีว่างบฯมีจำกัด ทุกจังหวัดที่ไปของบฯมาขอให้เห็นใจ ต้องรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศ ขอให้คำนึงถึงการใช้งบฯที่มีประสิทธิภาพ ภาษีทุกบาทเป็นเงินของประชาชน ต้องคำนึงเหมือนกับเงินในกระเป๋าของท่านทุกคน จากนั้นนายกฯพบปะผู้ประกอบการ รับฟังปัญหาภาพรวมของ จ.เชียงใหม่ และส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่

พร้อมตอบคำถามสื่อนอกทุกมิติ

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการไปร่วมประชุมสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ อเมริกา และมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ใช้งบฯเหมาลำเครื่องบินสูงถึง 30 ล้านบาท ว่า ยืนยันว่ามีราคาเปรียบเทียบไว้อยู่แล้วว่าถูกกว่า อย่าให้พูดต่อเลย การเดินทางไปต่างประเทศทุกครั้งจะทำราคาเปรียบเทียบ ไว้ตามระบบการจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่าง ครั้งนี้จะมีโอกาสให้สัมภาษณ์และพบกับสื่อมวลชนรายใหญ่ของโลก อาจมากกว่า 3 สื่อ แต่คงต้องขอดูก่อนว่าแต่ละสื่อจะมีประเด็นอะไรบ้าง ไม่อยากให้เป็นประเด็นเดียวกัน บางสื่ออาจอยากให้พูดถึงพลังงานสะอาด เรื่องเศรษฐกิจ บางสื่อต้องการพูดถึงความมั่นคง คงต้องให้ข้อมูลทุกมิติ ที่ผ่านมาพูดมาตลอด หากมีสื่อใดต้องการสัมภาษณ์ ยินดีตอบ หากมีความพร้อมและเป็นคำถามที่เหมาะสม รัฐบาลมีความพร้อมที่จะตอบในทุกมิติที่ถามมา เมื่อถามว่านายกฯจะชี้แจงอย่างไรประเด็นทางการเมือง เพราะมีสื่อบางแห่งไม่มั่นใจสถานการณ์ทางการเมืองของไทย และมีผลกระทบหลายด้านในการบริหารประเทศ นายเศรษฐากล่าวว่า “ให้สื่อต่างประเทศเขาถามผมเองดีกว่า ถ้าเขาถามมาคิดว่าตอบได้ แล้ววันนี้ผมมี 300 กว่าเสียง เป็นเสียงจากประชาชน วันนี้เดินหน้าทำงาน ไม่หยุด”

เล็งนำ “โคกหนองนา” โชว์ยูเอ็น

นายเศรษฐากล่าวอีกว่า การเดินทางครั้งนี้ถ้ามีโอกาสก็จะนำโมเดลโคกหนองนาไปเสนอในเวทียูเอ็นถึงภาพรวมของโครงการ เพราะแน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความน่าภาคภูมิใจของคนไทยที่ต้องนำไปเสนอ ส่วนความคืบหน้าการนัดหมายกับผู้นำเยอรมนี เพื่อพูดคุยเรื่องเรือดำน้ำ ยังไม่ทราบ ยังไม่มีรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศ ขอเวลานิดนึงยังมีเวลาอยู่ ตอนนี้ตารางแน่นมาก พยายามเกลี่ยกัน และวันจันทร์ที่ 18 ก.ย. ช่วงบ่าย จะมีตารางประมาณ 80-90% และระหว่างเดินทางจะเจรจา ขอนัดพบกันอยู่ เมื่อถามว่าแต่ยังไม่มีการยอมรับที่ใช้เครื่องยนต์จากจีนใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่ได้คุยจึงตอบไม่ได้ แต่เป็นวาระหนึ่งที่ให้ความสำคัญ เรื่องเก่ายังไม่ถูกสะสาง เป็นหน้าที่รัฐบาลของเราทั้ง 11 พรรค ต้องช่วยสะสางกันไป ถือเป็นโครงการต่อเนื่องมา ต้องทำให้สำเร็จ เมื่อถามว่าทูตสันถวไมตรีหมีแพนด้าที่จะหมดสัญญา MOU เดือนหน้าจะเจรจาหรือนำกลับมาเลี้ยงอีกหรือไม่ นายกฯตอบว่า ความสัมพันธ์กับประเทศจีนถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งที่จะไปพูดคุย มีกำหนดจะเดินทางไปประเทศจีนระหว่างวันที่ 8-10 ต.ค.

“ชลน่าน” อู้อี้ถูกขุดคลิปแก้ รธน.ยุบสภา

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข อดีตหัวหน้าพรรค พท.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีไม่เคยพูดว่าหากแก้รัฐธรรมนูญเสร็จจะยุบสภาฯ แต่ถูกนำคำสัมภาษณ์ที่ระบุว่าหากทำรัฐธรรมนูญเสร็จ จะคืนอำนาจให้ประชาชนมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ว่า ถ้าให้ตอบในนามจุดยืนของรัฐบาลไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากต้องพูดคุยกัน เราเริ่มต้นด้วยการทำงานกับพรรค ก.ก.จัดตั้งรัฐบาล แต่เอ็มโอยูกับพรรค ก.ก.ถูกยกเลิกไปมาจับมือกับ 11 พรรค เรามีเจตนาทำเหมือนเอ็มโอยูกับพรรค ก.ก.คือต้องทำประชามติก่อน ผ่านกระบวนการรัฐสภา จะมีการยุบสภาฯหลังจัดทำรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องดูบริบทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าทำเสร็จเวลาเท่าไหร่ หากทำเสร็จเร็วจะเป็นเงื่อนไขว่าสามารถตอบสนองต่อความต้องการประชาชนได้หรือไม่ รัฐบาลไม่ได้ผูกมัด ย้ำว่าพรรคร่วมรัฐบาลต้องคุยกัน และต้องคำนึงถึงพื้นฐานจะเกิดประโยชน์สุขกับประชาชน

“นพดล” ยัน รบ.เร่งเครื่องเต็มสูบ

นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณี ครม.มติตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการว่า ตอนนี้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค พท.อยู่ระหว่างรับฟังเสียง สส. ทั้ง 141 คน เมื่อได้ข้อสรุปจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป เราได้เห็นความตั้งใจของรัฐบาลที่ขับเคลื่อนตั้งแต่การประชุม ครม.นัดแรก เป็นจุดเริ่มต้นการรับฟังเสียงทุกภาคส่วน หวังว่าจะเดินหน้าอย่างไม่ล่าช้าตามขั้นตอนจนบรรลุเป้าหมายได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยยึดประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

พท.โว 6 วันดันนโยบายช่วย ปชช.อื้อ

น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.กล่าวว่า เวลานี้รัฐบาลของประชาชน นำโดยพรรค พท.ได้ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประชาชนมาแล้ว นับตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 11 ก.ย. ทำงานมาแล้ว 6 วัน สามารถทำตามนโยบายที่หาเสียง ทั้งประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลและค่าไฟทันที รวมถึงข้อสั่งการของนายกฯให้หน่วยงานไปศึกษาวิธีการบรรเทาผลกระทบของประชาชนในเรื่องของหนี้สิน หากมีข้อวิพากษ์ วิจารณ์ในระหว่างทางของการทำงาน รัฐบาลน้อมรับฟังทุกเสียงที่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะการเร่งหารายได้เข้าประเทศผ่านการท่องเที่ยวด้วยการยกเว้นวีซ่า 5 เดือน สำหรับนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน พรรค พท.ได้ขอให้ประชาชนร่วมกันส่งข้อเสนอแนะมายังพรรค และขอโอกาสให้ สส.และ ครม.รัฐบาลทำงานให้สมกับที่เป็นความหวังของประชาชน ขอให้เชื่อในพรรค พท. จะเข้ามายกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นอยู่แน่นอน

“สมศักดิ์” ยันโละคำสั่ง คสช.ล้าสมัย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการยกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไม่จำเป็นว่า ขออย่ามองว่าเป็นการสังคายนา แต่เป็นการชี้แนะจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง หากกระทรวงไหนมองว่าคณะกรรมการหรือคำสั่งอะไรล้าสมัย สามารถปรับแก้หรือแจ้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ยกเลิกได้เลย คำสั่ง คสช.ลำดับชั้นเท่า พ.ร.บ. ต้องนำไปพิจารณาในสภาฯ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ตนไม่ได้เรียนจบด้านกฎหมายมาแต่ตนเข้าใจงาน ไม่ใช่ว่ารองนายกฯจะเป็นผู้ร่างกฎหมาย แต่รู้ว่ากฎหมายไหนที่เสียสมดุลหรือล้าสมัยแล้ว มีผู้ชำนาญการร่างกฎหมายให้อยู่แล้ว ในฐานะ สส. เพียงแค่เสนอว่า ต้องการประเด็นนี้หรือไม่ต้องการเท่านั้น

การันตีโฆษกรัฐบาลเป็นคนเก่ง

เมื่อถามถึงกรณีที่นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกฯระบุว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลรัฏฐาธิปัตย์ นายสมศักดิ์ตอบว่า โฆษกรัฐบาลไม่ได้เป็นนักกฎหมาย แต่เป็นนายสัตวแพทย์ ขอเวลาให้ท่านปรับตัว เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ อย่างไรก็ตาม หน้าที่โฆษกรัฐบาลไม่ต้องลงรายละเอียดลึก แต่หากผู้สื่อข่าวไปถามแบบลึกๆ ท่านตอบลึกจะยุ่งอยู่เหมือนกัน ขอให้เรียนรู้กันไป 1-2 สัปดาห์น่าจะเข้าที่เข้าทาง ท่านเป็นคนมีความสามารถ คนเก่ง ชอบสร้างความชัดเจนความกระจ่างให้สื่อมวลชน ไม่เหมือนตนที่ส่วนใหญ่มักจะยอมแพ้สื่อมวลชน

“เสี่ยอ้วน” ทัวร์จีนหาตลาดส่งออก

ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายหลาน เทียนลี่ ประธานเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ระหว่างการเดินทางเยือนจีน เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดงานแสดงสินค้าสินค้าจีน-อาเซียน China-ASEAN Expo (CAEXPO 2023) วันที่ 15-18 ก.ย.66 ว่า ได้หารือถึงความร่วมมือส่งเสริมการจัดงานในครั้งต่อๆไป โดยกระทรวงพาณิชย์ยินดีสนับสนุนงาน CAEXPO และกิจกรรมคู่ขนาน งานในปีนี้ กระทรวงคัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 76 รายใน 4 กลุ่มสินค้าเข้าร่วมจัดงานแสดงสินค้าใน Thailand Pavilion ได้แก่ สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่นและเครื่องประดับ สุขภาพและความงาม และของใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้าน นอกจากนี้ ได้หารือถึงการใช้ประโยชน์จากระเบียงการค้าระหว่างประเทศทางบกและทางทะเลแห่งใหม่ ที่กว่างซีจ้วง มีทำเลได้เปรียบ มีชายแดนทางบกและทะเลติดกับเวียดนาม มีระบบคมนาคมครบวงจร เพื่อขยายส่งออกสินค้าไทย และผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีน ขอบคุณรัฐบาลจีนและเขตปกครองกว่างซีจ้วงที่อำนวยความสะดวกให้ขนส่งสินค้าไทยโดยเฉพาะผลไม้ และสินค้าอื่นๆผ่านทางด่านโหย่วอี้กวน

“อดิศร” ยืดอกวิจารณ์ลีลาพรรค ก.ก.

นายอดิศร เพียงเกษ ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีโพสต์ทวิตเตอร์ “อยากเป็นผู้นำฝ่ายค้านและรองประธานสภา จำต้องแสดงมายา ให้สาสม เลือกหัวหน้า พร้อมขับไล่ ไปตามลม สองตำแหน่ง ยังเกลียวกลม อยู่ก้าวไกล” จนถูกพรรคก้าวไกลวิจารณ์ตอบโต้ว่า ที่วิจารณ์เขาเป็นใครไม่รู้จัก แต่เมื่อกล่าวถึงตน ต้องปกป้องสิทธิตัวเอง เป็นนักการเมืองที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก เริ่มชีวิตการเมืองตั้งแต่เขายังไม่เกิดเสียด้วยซ้ำไป ที่ผ่านมาได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองมาอย่างสม่ำเสมอ ให้หลักการทางการเมืองต่อสังคมมาโดยตลอด และมีประสบการณ์ทางการเมืองที่ไม่อยากให้หลงไปตามกระแสสังคมที่เกิดขึ้น โดยไร้หลักการ ขอน้อมรับทุกคำวิจารณ์ แต่จะขอทำหน้าที่เหมือนเดิม

เมินนักการเมืองฟันน้ำนมหลงกระแส

“ผมไม่สะทกสะท้านกับนักการเมืองฟันน้ำนมที่เกิดใหม่ แล้วหลงตัวเองว่าเป็นกระแสของสังคม ที่ผ่านมาเพียงแต่ให้ความเห็นเกี่ยวกับผู้นำฝ่ายค้าน ตามหลักการรัฐธรรมนูญ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) บอกว่าประชาชนเลือกมาให้เป็นนายกฯ ไม่ได้เลือกมาเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ถือว่าเข้าใจบทบาทผิดถนัด จนกระแสสังคมชี้ว่าควรมีผู้นำฝ่ายค้าน ถึงมีการลาออกจากหัวหน้าพรรค เพื่อให้มีผู้นำฝ่ายค้าน ส่วนจะวิจารณ์อย่างไร เป็นเรื่องของพรรค ก.ก.ที่หลงกระแส แต่ลืมว่าสังคมนี้มีพรรคการเมืองอื่นที่คนคิดต่างจากพรรค ก.ก.อีกมากมาย”

รอรับไม้ต่อจากรัฐบาลดันรื้อ รธน.

เมื่อถามถึงกรณี คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ ในฐานะประธานวิปรัฐบาลจะผลักดันเรื่องนี้อย่างไร นายอดิศรตอบว่า วิปรัฐบาลต้องรับงานต่อมาจากคณะรัฐมนตรี เมื่อส่งกฎหมายใดมาก็จะทำหน้าที่ผลักดันอย่างเต็มที่ แต่เราจะริเริ่มก่อนไม่ได้ ดังนั้นในตอนนี้จึงต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลก่อน

“สุพิศาล” จี้ หน.คนใหม่ทำงานเชิงรุก

วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และที่ปรึกษารองประธานสภาฯคนที่ 1 กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. ลาออกหัวหน้าพรรค มีรายชื่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ก.ก. และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค ก.ก. เป็นคู่แคนดิเดตหัวหน้าพรรค ก.ก.คนใหม่ว่า ทั้งคู่เป็นรองหัวหน้าพรรค ก.ก.ที่ยังอยู่ในสภาฯ มีสิทธิขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคได้ ถือเป็นผู้มีคุณสมบัติ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคว่าจะเลือกอย่างไร ตนเป็นผู้มีสิทธิเลือก จะเลือกผู้ที่จะมาเป็นผู้นำเชิงรุกที่เป็นนโยบายของพรรค

ป้อง “ปดิพัทธ์” ไขก๊อกไม่ถือว่าเสียจุดยืน

เมื่อถามถึงกรณีตำแหน่งของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าวว่า หากนายปดิพัทธ์ต้องการจะอยู่ในตำแหน่งรองประธานสภาฯ ก็ต้องออกจากพรรคไปและไปอยู่พรรคอื่น มันมีช่องทางไปอยู่แล้ว โดยจะต้องมีมติพรรคในการขับนายปดิพัทธ์ออก หากไม่คืนตำแหน่ง โดยต้องรอคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่พิจารณาวันที่ 23 ก.ย. โดยหลักการถ้านายปดิพัทธ์อยู่แล้วต้องเปลี่ยนแปลงให้สังคม โดยเฉพาะสภาฯเกิดสิ่งใหม่ๆได้ เมื่อถามว่าถ้านายปดิพัทธ์ย้ายไปอยู่พรรคอื่นเพื่อตำแหน่งรองประธานสภาฯ จะทำให้สูญเสียจุดยืนหรือไม่ เพราะชนะเลือกตั้งมาในนามพรรค ก.ก. พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าวว่า คงไม่เป็นอย่างนั้น นายปดิพัทธ์คงพูดคุยกับคนในพื้นที่ได้ เพราะการเลือกตั้งคราวหน้ากลับมาอยู่ในพรรค ก.ก.ได้อีก ไม่ได้ยากอะไร เพียงแต่ตำแหน่งนี้มันเป็นเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญเท่านั้นเองว่าต้องไม่อยู่ในพรรคฝ่ายค้าน

“เพชร” เหน็บ ‘เด็จพี่’ เสพติดโซเชียล

นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงกรณีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรค พท.โพสต์เรื่องข่าวพรรคเป็นธรรม ปลายทางฝากเลี้ยง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯคนที่ 1 เพื่อรักษาเก้าอี้ รองประธานสภาฯพ่วงคว้าผู้นำฝ่ายค้านด้วย ถ้าเป็นจริงตามข่าว ถือว่าเหลี่ยมทุกดอก แล้วบอกตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่นายพร้อมพงศ์พูดน่าจะมาจากติดตามโซเชียลมีเดียมากเกินไป วิสัยทัศน์การมองจึงดูเลือนลาง เชื่อข่าวลือ ก่อนจะมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น นายพร้อมพงศ์ไม่ต้องกังวลกับพรรค ก.ก.เพราะที่ผ่านมาคนที่เคยสัญญาจะไม่จับมือกับพรรคที่ทำรัฐประหาร เขาตระบัดสัตย์ ไม่เห็นออกมาพูด กับข่าวลือเกี่ยวกับพรรค ก.ก.ทำเป็นเดือดร้อน ออกตัวแรงระวังเสียผู้เสียคน

หวด “เสี่ยตุ๊” ระวังเด็กถอนหงอก

“ส่วนกรณีนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.และประธานวิปรัฐบาลเเต่งกลอน เล่นซ่อนหา แนะนำว่าให้ไปเรียนสัมผัสนอกสัมผัสใน ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นขยะโซเชียล ดูตื่นเต้นกับตำแหน่งประธานวิปรัฐบาลเสียเหลือเกิน นักการเมืองเก่าหายหน้าไปหลายปี เดี๋ยวนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว ใช้วิธีการเก่าๆระวังด้วยพูดอะไรชาวบ้านมีหลักฐาน ควรไตร่ตรองดีๆก่อนพูด เพราะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการการเมือง อย่าให้เด็กมันถอนหงอก” โฆษกพรรค ก.ก.กล่าว

มโนฝากเลี้ยง “หมออ๋อง” ซุก “เป็นธรรม”

เมื่อถามถึงข่าวลือเรื่องฝากเลี้ยงนายปดิพัทธ์ ไปอยู่พรรคเป็นธรรม เพื่อให้ได้ทั้งตำแหน่งรองประธานสภาฯและผู้นำฝ่ายค้าน ตามกฎหมาย พรรค ก.ก.ตัดสินใจหรือยัง หรือต้องรอ กก.บห.ชุดใหม่ก่อน นายกรุณพลกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความเห็น กก.บห. หรือแกนนำแม้แต่คนเดียวรวมถึง สส.ด้วย เป็นความเห็นของประชาชน รวมถึงความเห็นนายสมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์ในโซเชียลมีเดีย จึงแปลกใจอยู่ๆไม่ได้เป็นอะไรกับพรรคเป็นธรรม และไม่ได้เป็นนอมินีเรา แล้วทำไมถึงไปโฟกัสแค่พรรคเป็นธรรม ความจริงเราอาจไปฝากนายปดิพัทธ์ ไว้ที่พรรค พปชร.ก็ได้ ขนาดพรรค พท.ยังไปจับมือกับพรรค พปชร. กับพรรค รทสช.ได้ แล้วทำไมเราจะไปฝากไว้ด้วยไม่ได้ ทำไมถึงมองพรรคเป็นธรรมพรรคเดียว พรรคไทยสร้างไทยก็มี หรือไม่เราไปฝากพรรค ภท.ก็ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับพรรคเป็นธรรมด้วย วันนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่พรรค ก.ก.จะทำแบบนั้น นายปดิพัทธ์อาจไปตั้งพรรคใหม่เองคนเดียวก็ได้ อะไรๆมันเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น อย่าเพิ่งมโน อย่าตัดสินจากความเชื่อของตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะทำคนหน้าแตกเสียผู้เสียคนมาเยอะแล้ว

“ทิม” ปฏิเสธเกมเซียนเหยียบเมฆ

ช่วงเย็น ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.วิเคราะห์เกมพรรค ก.ก.เหมือนเซียนเหยียบเมฆว่า ไม่ได้เป็นเกมการเมือง บริบทการเมืองขณะนี้ต้องมีฝ่ายค้านเข้มแข็งโดยต้องมีผู้นำก่อน เอาส่วนรวมมาก่อน จึงต้องลาออก ถ้าลาออกช้าจะเตรียมการไม่ทันการประชุมใหญ่พรรควันที่ 23 ก.ย. มีอยู่แค่นี้ ต้องให้ระบบเดินหน้าต่อได้ ไม่ใช่เรื่องของตนคนเดียว ไม่ใช่เกมการเมือง ข่าวนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะย้ายไปอยู่พรรคเป็นธรรม จนพรรค พท.วิจารณ์ว่าฝากเลี้ยง ยืนยันตามที่นายปดิพัทธ์ได้แถลงไป ต้องให้คณะกรรมการบริหารพรรค ก.ก.ชุดใหม่ตัดสินใจร่วมกับนายปดิพัทธ์ไม่ได้มาปรึกษาตน แต่ปรึกษากันแค่ร้านอาหารไหนที่ จ.พิษณุโลกน่ากินและส่งรูปมายั่ว ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านไม่เกี่ยวกับพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับระบบ อาทิ เงื่อนไขมาตรา 106 รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าอย่างไร การตรวจสอบถ่วงดุลผ่านกฎหมายที่ก้าวหน้า การเป็นผู้แทนฯที่พูดแทนราษฎรต้องมีภาวะผู้นำอยู่ในนั้น ถ้าบริบทการเมืองเป็นแบบนี้ พรรครัฐบาลข้ามขั้วแบบนี้แล้วฝ่ายค้านยังอ่อนแอ เกรงว่าจะเป็นหน้าที่สื่อมวลชนต้องคอยตรวจสอบ ฝ่ายค้านจึงสำคัญ
ไม่ใช่แค่กับพรรค ก.ก.หรือตน แต่ระบบรัฐสภาทั้งหมดมีความสำคัญ

ปัดจับปลาสองมือฉะ รธน.บิดเบี้ยว

นายพิธากล่าวอีกว่า ส่วนนายสมชาย แสวงการ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ก้าวไกลจับปลาสองมือ ต้องการทั้งตำแหน่งและอำนาจ 1.ยังไม่เห็นโพสต์นายสมชาย 2.คงเป็นความคิดของนายสมชายเอง 3.คงไม่ได้เป็นเกม ไม่ได้จับปลาสองมือ ข้อเท็จจริงคือข้อเท็จจริงว่าได้ลาออกเปิดทางเพื่อให้ สส.สามารถให้สภาฯมีผู้นำฝ่ายค้าน เมื่อถามว่า หลายคนมองว่า การที่เอา 2 ตำแหน่งไว้เป็นเล่ห์เหลี่ยมรักษาอำนาจไม่ต่างจากรัฐบาลชุดก่อนๆ นายพิธากล่าวว่า ไม่ได้เป็นเรื่องเล่ห์เหลี่ยมหรืออะไร มันเป็นเรื่องที่กฎกติกาบิดเบี้ยวจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดมาไว้อย่างนั้น เราตัดสินใจตามกฎกติกาที่มันมีอยู่ ณ ตอนนั้น ตามมาตรา 106 ตนต้องลาออกจบแค่นั้น อีกส่วนคืออย่าเพิ่งอนุมานไปไกล ลองฟังเหตุผลฟังความจำเป็น ในเมื่อสภาวะเป็นแบบนี้ เลยต้องเลือกบริหารจัดการแบบนี้ อย่างน้อยก็ตรงไปตรงมากับประชาชน อย่าเพิ่งคิดไปไกล

จับตางบฯ “เศรษฐา” งอกเเสนกว่าล้าน

เมื่อถามว่าได้เจอ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว. สาธารณสุข ในงานเสวนาเมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายพิธากล่าวว่า ปกติสำหรับการเมือง ไม่เคยเอาเรื่องส่วนตัว แต่ว่าเป็นเรื่องหลักการ อย่างที่พูดในเวทีข้างหน้าอย่างไร ลับหลังอย่างนั้น ยินดีกับรัฐบาลที่ตั้งได้ ยินดีกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แต่ยืนยันยังตรวจสอบ สนับสนุนในสิ่งที่ควรสนับสนุน ตรวจสอบเข้มข้นในสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล เห็นอยู่ว่ากระบวนการมีอะไรแปลกๆหลายเรื่อง รวมถึงงบฯ ที่เพิ่มขึ้นมาแสนกว่าล้านอะไรทั้งหลาย ไม่ได้ตรงกับที่อภิปรายไว้ในสภาฯ

“ตั๊น” โล่งพ้นมลทินทำลายป้าย ตร.

น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีถูกกล่าวหาเป็นแกนนำผู้ชุมนุม กปปส.ทำลายป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อปี 2557 ว่า ขอขอบคุณกระบวนการยุติธรรมที่ให้ความเป็นธรรม จากกรณีเมื่อ 3 ปีก่อนได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ สน.วังทองหลาง ดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทกับบุคคลที่โพสต์ใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จกล่าวหาทำลายป้าย ตร.ลงในสื่อโซเชียล ตลอดหลายปีที่ผ่านมาต้องอดทน อดกลั้นจากการดูถูก ด่าทอ และโดนกระทำฝ่ายเดียวมาตลอด มาถึงวันนี้กระบวนการศาลยุติธรรมได้ตัดสินลงโทษปรับ และจำคุกผู้ที่กล่าวหาตนเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.66 ขอให้กรณีนี้สร้างบรรทัดฐานให้เกิดขึ้นจริงในสังคม ในการคิดวิเคราะห์แยกแยะ ไตร่ตรอง การวิพากษ์วิจารณ์ ข้อมูลข่าวสารที่อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง

“วันชัย” ทักเหลือแค่ พท.ยืนซด ก.ก.

วันเดียวกัน นายวันชัย สอนศิริ สว.โพสต์่เฟซบุ๊กว่า “การเมืองเปลี่ยน…ประเทศเปลี่ยน” ถึงทิศทางการเมืองไทยจะเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีว่า นับแต่ 22 ส.ค.เป็นต้นมา บรรยากาศการเมืองทั้งในสภาและนอกสภาดูสดใส ได้กลิ่นอายความรัก ความสามัคคี มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดี เป็นความหวังประเทศและประชาชนมีแนวโน้มจะเป็นไปดังนี้ 1.การทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้งกันในสภาและนอกสภาจะลดน้อยถอยลง 2.การชุมนุมใหญ่ๆ
จะไม่เกิดขึ้น หากมีก็เล็กๆน้อยๆ 3.ในอนาคตพรรคการเมืองจะเหลือน้อยลง ส่วนใหญ่จะไหลรวมไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย ทำให้มีพรรคใหญ่ๆคือเพื่อไทยกับก้าวไกล นอกนั้นอาจมีพรรคขนาดกลางและพรรคประจำจังหวัดอยู่บ้าง

จับตา 17 ต.ค.ราหูย้ายสนั่นเมือง

นายวันชัยระบุว่า 4.ในที่สุดจะมีแต่พรรคเพื่อไทยยืนซดอยู่กับพรรคก้าวไกล จะเป็นรัฐบาลที่มุ่งมั่นกับฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง พรรคก้าวไกลคงจะได้เสียงอยู่ประมาณนี้หรือจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ยังไม่ถึงขั้นเป็นรัฐบาลได้ คงเป็นฝ่ายค้านไปอีกนาน คอยดูเมื่อราหูย้าย 17 ต.ค.จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเปรี้ยงปร้างสนั่นลั่นเมือง ฟูเฟื่องไปทั้งประเทศ

[ad_2]

Source link