Thursday, 22 February 2024

ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2566 เดือนตุลาคม ปลายฝนต้นหนาว เที่ยวไหนดี


           ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2566 เที่ยวไหนดี ช่วงปลายฝนต้นหนาว ? แนะนำที่เที่ยวธรรมชาติงดงาม และงานประเพณีสำคัญจากทั่วไทย

           ช่วงเดือนตุลาคม อันเป็นรอยต่อระหว่างฤดูฝนและฤดูหนาว เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ธรรมชาติจะงดงามน่าเที่ยว หลายแห่งในเมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ และน่าสนใจมากมาย นอกจากนี้ในเดือนตุลาคม ยังมีเทศกาลประเพณีสำคัญ ๆ ที่น่าสนใจ ทั้งเทศกาลถือศีลกินผัก (กินเจ 2566) เทศกาลออกพรรษา 2566 และเทศกาลต่าง ๆ ในช่วงวันออกพรรษา วันนี้เราเลยมีตัวอย่างที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2566 มาฝากกัน ดังนี้

เทศกาลกินเจ 2566

          เทศกาลกินเจในแต่ละปีวันจะแตกต่างกันไป ตามปฏิทินจีนทุกปี จะเริ่มในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 และในปี 2566 ตามปฏิทินจีนจะตรงกับวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม ถึงวันจันทร์ 23 ตุลาคม 2566 รวม 9 วันและวันล้างท้องก่อนวันเริ่มต้นเทศกาล อาจจะนับจริงเป็น 10 วันก็ได้ โดยเทศกาลกินเจนี้มีขึ้นมาอย่างยาวนานในประเทศไทย เป็นประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนานของคนเชื้อสายจีน คนที่กินเจจะถือศีลกินผัก หรือกินอาหารที่ปรุงขึ้นโดยไม่มีเนื้อสัตว์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ เช่น นม ไข่ น้ำผึ้ง น้ำปลา เจลาติน และคอลลาเจน เป็นต้น อีกทั้งต้องไม่ปรุงด้วยผักที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม หอม และกุยช่ายด้วย สำหรับเทศกาลกินเจในประเทศไทย มีหลายสถานที่ในไทยที่จัดเทศกาลกินเจทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเลย

ภาพจาก : Quality Stock Arts / Shutterstock.com

ภาพจาก : Quality Stock Arts / Shutterstock.com

เทศกาลวันออกพรรษา 2566

          วันออกพรรษา ถือเป็นวันสิ้นสุดการจำพรรษา ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันที่พ้นจากข้อกำหนดทางพระวินัยในช่วงฤดูฝนนั่นเอง โดยวันออกพรรษา 2566 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 สำหรับวันออกพรรษา เป็นวันที่พุทธบริษัททั้งชาววัดและชาวบ้าน ได้พร้อมใจกันกระทำบุญกุศลต่าง ๆ ตามคติประเพณีที่เคยประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมาแต่โบราณกาล เช่น การตักบาตรเทโว หรือการตักบาตร ดาวดึงส์ การเทศน์มหาชาติ หรือเทศนาเวสสันดรชาดก และประเพณีถวายผ้ากฐินทาน เป็นต้น ซึ่งตามวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ก็มักจะจัดงานประเพณีวันออกพรรษาเพื่อเชิญชวนให้ผู้คนเดินทางมาร่วมทำบุญ สร้างกุศลร่วมกัน

ภาพจาก : Supermop / Shutterstock.com

ภาพจาก : Supermop / Shutterstock.com

ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2566
ภาคเหนือ

1. ฮาดู่บิ จังหวัดเชียงใหม่

          ฮาดู่บิ จุดชมวิวที่กำลังมาแรงในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่บ้านเลาวู อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ โดยคำว่า ฮาดู่บิ เป็นภาษาลีซู แปลว่า ที่ดินเก่าหรือที่ตั้งถิ่นฐานเก่า หรือหมายถึงที่ดินที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ แต่เนื่องจากด้วยตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ไม่เอื้อต่อการตั้งถิ่นฐาน ชาวบ้านจึงได้ย้ายไปตั้งที่อยู่กันที่บ้านเลาวู และปล่อยให้ฮาดู่บิตรงนี้กลายเป็นจุดชมวิวสุดอันซีนของเวียงแหงไปโดยปริยาย

          บริเวณฮาดู่บิ เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล เปิดให้สำหรับการกางเต้นท์ตั้งแคมป์ ให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อน ชื่นชมธรรมชาติ อีกทั้งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและมองเห็นยอดดอยหลวงเชียงดาวตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางภูเขาน้อยใหญ่ด้วย สามารถขึ้นไปเที่ยวชมหรือพักข้างแรมที่ฮาดู่บิได้ เหมาะสำหรับสายธรรมชาติสุด เพราะที่นี่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ เลย

2. วัดเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดลำปาง

          วัดพระบาทปู่ผาแดง หรือ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ตั้งอยู่บนยอดเขาที่เรียกกันว่า ดอยปู่ยักษ์ ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ความไม่ธรรมดาของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์สีขาว ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า มีความสูงถึง 815 เมตรจากระดับน้ำทะเล ล้อมรอบไปด้วยทิวเขาสูงสวยงาม ถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ต้องนั่งรถผ่านเส้นทางลาดชันและเดินขึ้นไปบันไดไปอีก แต่เมื่อขึ้นมาถึงด้านบนแล้ว รับรองว่าสวยคุ้มค่ากับความเหนื่อยอย่างแน่นอน นอกจากนี้ บนยอดเขาแห่งนี้มีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ด้วย

3. อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน

          อุทยานแห่งชาติขุนสถาน อยู่บริเวณทางตอนใต้ของสองจังหวัด คือ จังหวัดน่าน และยังติดกับจังหวัดแพร่ มีความสูงกว่า 1,424 เมตร ระหว่างทางจะมีวิวทิวทัศนของธรรมชาติ รวมไปถึงวิวของทะเลหมอกที่สวยงามมาก ๆ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ที่จะสามารถเห็นทะเลหมอกได้ดีที่สุด แถมยังมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีอีกด้วย นอกจากนี้ ขุนสถาน ยังเป็นแหล่งที่ให้กำเนิดต้นน้ำลำธารสำคัญหลายสาย ไม่ว่าจะเป็น ห้วยน้ำอูน ห้วยน้ำลี ซึ่งจะไหลลงไปรวมกับแม่น้ำน่านด้านล่างที่เป็นแนวแบ่งเขตระหว่างน่านกับอุตรดิตถ์นั่นเอง

          สำหรับที่เที่ยวรอบ ๆ อุทยานแห่งชาติขุนสถาน ก็มีเยอะแยะมากมาย ทั้งดอยกู่สถาน ดอยแม่จอก กาดวัว ศาลเจ้าพ่อเขาครึ่ง รวมไปถึงน้ำตก อย่างน้ำตกตาดหมอก น้ำตกผาแดง น้ำตกขุนลี และ น้ำน่านตอนบนเขื่อนสิริกิตติ์ เป็นต้น ซึ่งทางอุทยานก็มีบ้านพัก ร้านอาหาร และลานกางเต็นท์ไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งถ้าไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติขุนสถานในช่วงเดือนตุลาคม หรือช่วงปลายฝนต้นหนาว ก็จะได้ชมวิวธรรมชาติเขียวขจี สูดอากาศดี ๆ และได้เห็นทะเลหมอกแบบอลังการจัดเต็มด้วย

ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2566
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

4. ภูกระดึง จังหวัดเลย

          หนึ่งในที่เที่ยวเดือนตุลาคมยอดฮิต ต้องมี ภูกระดึง อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน เพราะอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นที่เที่ยวธรรมชาติสุดตราตรึงใจ เหมาะสำหรับคนรักการเดินป่า ท้าทายความแข็งแรงของร่างกาย แถมเที่ยวได้ตั้งแต่มือใหม่หัดเดินป่าไปจนถึงมือเก๋าที่ชิล ๆ เหมือนเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน โดยในปี 2566 นี้ ภูกระดึง ได้ประกาศเปิดการท่องเที่ยวแล้ว ในวันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ทั้งนี้ การเดินขึ้นภูกระดึงจะใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง ผ่านจุดต่าง ๆ ขึ้นไปจนถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นบริเวณที่มีจุดกางเต็นท์ไว้ให้บริการ หรือใครจะนำเต็นท์ไปกางเองก็ได้ เมื่อขึ้นไปถึงที่พักแล้ว ก็สามารถเดินเท้าหรือเช่าจักรยานไปเที่ยวไฮไลต์สำคัญ ๆ ของภูกระดึงทั้ง ผาหล่มสัก ผาหมากดูด สระอโนดาต น้ำตกวังกวาง และที่เที่ยวธรรมชาติอื่น ๆ อีกมากมาย

ภาพจาก : mr_gateway / Shutterstock.com

ภาพจาก : mr_gateway / Shutterstock.com

5. ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม

           ประเพณีสำคัญของนครพนม ที่จัดขึ้นในช่วงวันออกพรรษา นับเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนครพนม เป็นงานที่มีชื่อเสียง แสดงถึงความศรัทธาและความสามัคคีของชาวนครพนมและชาวจังหวัดใกล้เคียง โดยในปี 2566 นี้มีกำหนดการจัดงานไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม ระหว่างวันที่ 20-30 ตุลาคม 2566 (รวม 11 วัน 11 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ในคืนวันออกพรรษา วันที่ 29 ตุลาคม 2566 ขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ไหลเรือไฟจาก 12 อำเภอ จำนวน 12 ลำ และภายในงานจะมีกิจกรรมในทุกค่ำคืน ได้แก่ การไหลเรือไฟโชว์คืนละ 1-2 ลำ การปล่อยกระทงสายวันละ 25,000 ดวง การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การจัดทำเรือไฟโบราณ การแสดงซุ้มวิถีคนทำเรือไฟของ 12 อำเภอ และมหกรรมสินค้า OTOP คาราวานสินค้า การแสดงมหรสพตามประเพณี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานนครพนม TAT Nakhonphanom Fanpage โทรศัพท์ 042-513-490-1
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานนครพนม TAT Nakhonphanom Fanpage

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานนครพนม TAT Nakhonphanom Fanpage

6. ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง จังหวัดสกลนคร

           งานประจำปีจังหวัดสกลนคร จัดขึ้นในช่วงเดือน 11 หรือช่วงออกพรรษา เป็นความเชื่อของชาวอีสาน ถือว่าการแห่ปราสาทผึ้งจะนำผลบุญกุศลแรงกล้า ดังนั้นชาวสกลนครจึงได้จัดงานถวายปราสาทผึ้งเป็นพุทธบูชาในวันออกพรรษา นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมความงดงามของปราสาทผึ้งที่บรรจงสร้างโดยศิลปินท้องถิ่นและวัดต่าง ๆ ในจังหวัด และยังได้สนุกสนานไปกับการแข่งเรือยาวที่มักจะจัดช่วงเดียวกันด้วย ทั้งนี้ ในปี 2566 นี้ มีกำหนดจัดงานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ระหว่างวันที่ 23-29 ตุลาคม 2566 ณ ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 และ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร

7. งานบั้งไฟพญานาค จังหวัดหนองคาย

           งานประจำปีที่มีชื่อเสียงระดับโลกของจังหวัดหนองคาย จัดขึ้นในวันออกพรรษาของทุกปี ในปีนี้ตรงกับวันที่ 29 ตุลาคม 2566 ณ ลานวัฒนธรรมริมน้ำโขง จังหวัดหนองคาย และยังมีจุดชมบั้งไฟพญานาคอีกหลายจุดตลอดริมโขง แต่เดิมชาวบ้านเชื่อว่าลูกไฟที่พุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขง เป็นบั้งไฟที่พญานาคจุดเพื่อเป็นพุทธบูชาในวันออกพรรษา แม้จะได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นการจุดบั้งไฟจากฝั่งลาว แต่ก็ยังคงมีการจัดงานประเพณีบั้งไฟพญานาคต่อมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นงานบุญออกพรรษาของชาวหนองคาย และยังมีกิจกรรมสนุกสนานมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เข้าร่วมชม ไม่ว่าจะเป็นการแสดงดนตรี หนังกลางแปลง ตลาดย้อนยุค และยังได้ซึมซับบรรยากาศริมน้ำโขงกับพระจันทร์เต็มดวง และแสงสีสวยงามในยามค่ำคืนด้วย

ภาพจาก : puwanai / Shutterstock.com

ภาพจาก : puwanai / Shutterstock.com

ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2566
ภาคกลาง

8. ประเพณีตักบาตรเทโว จังหวัดอุทัยธานี

         ประเพณีตักบาตรเทโว งานประจำปีที่มีชื่อเสียงในช่วงวันออกพรรษาที่จัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ณ วัดสังกัสรัตนคีรี หรือวัดเขาสะแกกรัง อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี โดยในวันตักบาตรเทโวนั้น พระสงฆ์จะเดินลงมาจากยอดเขาสะแกกรัง และมีชาวบ้านมารอใส่บาตรข้าวต้มมัดและข้าวต้มลูกโยน เปรียบเสมือนการต้อนรับพระพุทธเจ้าที่เสด็จกลับจากการจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดง แสง สี เสียง มีการจัดโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้าง ขบวนแห่พุทธประวัติ พุทธตำนาน และการจำหน่ายสินค้า OTOP ชื่อดังมากมายอีกด้วย

ภาพจาก : Golf Photographer / Shutterstock.com

ภาพจาก : Golf Photographer / Shutterstock.com

9. ประเพณีรับบัว จังหวัดสมุทรปราการ

          ประเพณีรับบัว ถือได้ว่าเป็นประเพณีใหญ่ของชาวไทย-มอญ ในจังหวัดสมุทรปราการ ในช่วงวันออกพรรษา โดยมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าในคืนวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 ชาวมอญจะล่องเรือมายังบ้านบางพลี พร้อมกับเครื่องดนตรีนานาชนิด เช่น ซอ ปี่ กระจับ โทน รำมะนา โหม่ง กรับ ฉิ่ง ฉาบ ฯลฯ ซึ่งชาวไทยในบ้านบางพลีก็จะเตรียมข้าวปลาอาหารไว้รอต้อนรับ พร้อมกับออกไปเก็บดอกบัวมาเตรียมไว้ให้กับชาวมอญ พอเช้าวันรุ่งขึ้นชาวมอญก็จะล่องเรือออกมารับดอกบัวจากชาวไทย แรก ๆ นั้นก็ยื่นดอกบัวให้กันแบบมือต่อมือ ต่อมาก็มีโยนให้กันบ้าง จนกลายเป็น รับบัว โยนบัว และได้ทำสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2566 นี้ งานประเพณีรับบัว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-30 ตุลาคม ณ วัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ และ วันโยนบัว 28 ตุลาคม 2566 โดยจะมีการอัญเชิญ หลวงพ่อโตองค์จำลอง วัดบางพลีใหญ่ มาลงเรือตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้ และล่องไปตามคลองบางพลี เพื่อให้ชาวบ้านได้สักการะ โดยมีความเชื่อว่า หากอธิษฐานแล้วโยนบัวลงเรือที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต จะทำให้คำอธิษฐานประสบความสำเร็จนั่นเอง

ภาพจาก : puwanai / Shutterstock.com

ภาพจาก : puwanai / Shutterstock.com

ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2566
ภาคตะวันออก

10. ประเพณีวิ่งควาย จังหวัดชลบุรี

          เที่ยวงานประเพณีวิ่งควาย จังหวัดชลบุรี ของดีมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น ประเพณีสนุก ๆ หนึ่งเดียวในไทย และหนึ่งเดียวในโลก ถือเป็นประเพณีคู่บ้านคู่เมืองที่มีมานานกว่าร้อยปี ในอดีตเป็นเพียงการจูงควายวิ่งเล่นรอบตลาด แต่ก็เกิดเป็นความสนุกสนานจนพัฒนาเป็นการแข่งขันและความเชื่อสืบกันมาว่า การที่นำควายมาวิ่งนั้นจะทำให้ควายมีสุุขภาพดี ไม่เป็นโรคระบาด รวมถึงมีการทำขวัญควาย และผ่อนคลายความเครียดของควายที่ทำงานหนักไถนานมาตลอดทั้งปีด้วย

          สำหรับปี 2566 นี้ งานประเพณีวิ่งควาย ครั้งที่ 152 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-28 ตุลาคม 2566 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองชลบุรี ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย ทั้งการแข่งขันวิ่งควาย การประกวดสุขภาพควายควายงามและพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ควาย เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ควายไทย การประกวดตกแต่งควายประเภทสวยงาม และตลกขบขัน พิธีทำขวัญควาย สนุกสนานไปกับการแข่งขันกีฬาไทยพื้นบ้าน เช่น ปีนเสาน้ำมัน ยิงเป้าด้วยหนังสติ๊ก ตะกร้อลอดห่วง ปริศนาคำทาย ฯลฯ การประกวดน้องนางบ้านนา และกิจกรรมที่เอาใจคุณป้า คุณย่าคุณยายคือการประกวดสาว(เหลือ)น้อยบ้านนา พร้อมเดินช้อปสินค้าของดีจังหวัดชลบุรีที่เลื่องชื่อ และการจำหน่ายสินค้า OTOP มากมาย

11. น้ำตกเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี

           น้ำตกเขาสอยดาว อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 16 ชั้น แต่เปิดให้ชมได้ถึงชั้นที่ 9 เท่านั้น ส่วนชั้น 10 ถึงชั้น 16 ต้องมีเจ้าหน้าที่เดินไปด้วยเพราะไม่มีเส้นทางที่ชัดเจน เดินทางลำบาก ส่วนตัวน้ำตกจะตั้งอยู่ในป่าลึกที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติอย่างมาก การเดินไปยังน้ำตกเริ่มต้นที่ธารน้ำตกบริเวณลาดจอดรถ ตามเส้นทางสามารถมองเห็นลำธารน้ำตกได้เป็นระยะ เป็นทางเดินแคบ เดินไม่ลำบาก แต่ต้องมีปืนป่ายเป็นบางจุด สองข้างทางเป็นป่ารก ถือเป็นน้ำตกที่เรียกได้ว่าสวยที่สุดในภาคตะวันออก แต่กลับไม่เป็นค่อยเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากนัก อาจเป็นเพราะเหมาะกับสายผจญภัยธรรมชาติที่มากางเต็นท์แคมป์ปิ้ง เพราะต้องเดินป่าขึ้นไปชมความสวยงามของธรรมชาติของน้ำตกที่ค่อนข้างลำบาก แต่ด้านล่างไม่ต้องเดินไปขึ้นไปก็มีธารน้ำไหลจากน้ำตกให้เด็ก ๆ เล่นน้ำได้ปลอดภัย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว Khao Soi Dao Wildlife Sanctuary

ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2566
ภาคตะวันตก

12. ดอยทูเล จังหวัดตาก

           ดอยทูเล หรือม่อนทูเล หรือภาษาปกาเกอะญอเรียกว่า ทูเลโค๊ะ แปลว่า ภูเขาสีทอง ถือเป็นอีกหนึ่งทริปสุดโหด ที่นักเดินป่าไม่ควรพลาดด้วยระยะทางกว่า 7.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-7 ชั่วโมง ส่วนสาเหตุที่ดอยทูเลได้ชื่อว่าเป็นภูเขาสีทอง ก็เพราะว่าในช่วงหน้าแล้ง ทุ่งหญ้าที่ปกคลุมยอดดอยทูเล จะแห้งและมองเห็นเป็นสีทองอร่าม จนเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง ดอยทูเลเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก สูง 1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เหมาะสำหรับการกางเต็นท์นอนชมดาว ดูหมอก และเก็บภาพอาทิตย์ขึ้นและตกดิน แบบที่เดียวครบเลย โดยดอยทูเลจะเปิดให้นักเดินทางไปพิชิตในช่วงตุลาคมเป็นต้นไปของทุกปี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ดอยทูเล

13. เขาล้อมหมวก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

           เขาล้อมหมวก จุดชมวิวแบบ 360 องศาของเมืองสามอ่าว (อ่าวมะนาว อ่าวประจวบ และอ่าวน้อย) ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ของกองบิน 5 อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สายแอดเวนเจอร์ชอบการผจญภัย และผู้ที่หัดเริ่มต้นการปีนเขา นิยมมาท้าทายความสามารถกับการไต่ระดับความสูง 902 ฟุตวัดจากระดับน้ำทะเล โดยเขาล้อมหมวกนี้ไม่ได้เปิดให้ขึ้นได้ตลอดทั้งปี แต่จะเปิดเป็นรอบ ๆ ตามประกาศของกองบิน 5 หรือเปิดในช่วงวันหยุดยาวเท่านั้น ทั้งนี้ ในเดือนตุลาคม 2566 นี้ มีวันหยุดยาว 3 วัน ถึง 2 ครั้งด้วยกัน คือ วันที่ 13-15 ตุลาคม 2566 และวันที่ 21-23 ตุลาคม 2566 ก็ถือว่าเป็นโอกาสดี ๆ ที่จะได้ลองไปทดสอบความฟิตของร่างกายกันนะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก กิจกรรมพิชิตยอดเขาล้อมหมวก 902 ฟุต

ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2566
ภาคใต้

14. ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย จังหวัดภูเก็ต

          จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง หรือ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย  เป็นศาลเจ้าใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมืองภูเก็ต ด้วยทำเลที่ตั้งที่เดินทางไปได้ง่าย ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้จึงเป็นที่นิยมสักการะบูชาของชาวพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งในสมัยอดีตบริเวณหน้าศาลเจ้ามีลำคลองขนาดใหญ่ และชาวบ้านก็ได้สร้างกังหันขึ้น เพื่อใช้กำลังจากน้ำมาช่วยทุ่นแรงในการตำข้าวหลังจากการเก็บเกี่ยว จึงเป็นที่มาของชื่อศาลเจ้าที่แปลความหมายตรงตัวตามภาษาจีนได้ดังนี้ คำว่า “จุ้ย” มีความหมายว่า “น้ำ” และคำว่า “ตุ้ย” มีความหมายว่า “ครกตำข้าว” ภายในศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยแห่งนี้มีการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมรูปปั้นแกะสลักจากหินอ่อน มีความอ่อนช้อยโดดเด่นสวยงาม และเน้นการตกแต่งด้วยโทนสีแดงแซมกับสีทองซึ่งเป็นสีนำโชคตามความเชื่อโบราณของคนจีน นอกจากนั้นในทุก ๆ ปีศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยแห่งนี้ถือเป็นศาลเจ้าในจังหวัดภูเก็ตที่ผู้คนเข้าร่วมการทำพิธีเริ่มประเพณีถือศีลกินผักเยอะที่สุดอีกด้วย

ภาพจาก : Jutinan Jujinda / Shutterstock.com

ภาพจาก : Jutinan Jujinda / Shutterstock.com

15. ถ้ำเลเขากอบ จังหวัดตรัง

           ถ้ำเลเขากอบ ตั้งอยู่ที่ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย ระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร อีกทั้งยังมีทางน้ำใต้ดินไหลผ่าน ซึ่งจะต้องใช้เรือล่องตามลำน้ำเข้าไปข้างใน เพื่อเข้าไปชมหินงอกหินย้อยอันงดงาม ด้านในถ้ำจะมีโถงถมากมายหลายห้อง ทั้งถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำพระสวรรค์ ถ้ำตะพาบน้ำ ถ้ำเพชร ถ้ำพลอย ถ้ำแป้ง และหนึ่งในความอัศจรรย์ที่ได้รับให้เป็น Unseen Thailand คือ ถ้ำลอด หรือ ถ้ำมังกร ซึ่งเป็นถ้ำสุดท้าย ที่จะไม่สามารถเดินเข้าชมได้ แต่จะต้องล่องเรือชมเท่านั้น และเป็นการนอนราบไปกับเรือเป็นระยะทางประมาณ 350 เมตร แม้จะเป็นเพียงระยะทางแค่สั้น ๆ แต่ก็ทำเอาลุ้นระทึก สร้างความตื่นเต้นและแอบหวาดเสียวให้กับนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย เพราะในบางช่วงหน้าและลำตัวแทบติดกับผนังของถ้ำแทบ จะชนกันเลยทีเดียว แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เชื่อว่า การได้มานอนลอดถ้ำมังกรแห่งนี้ เปรียบเหมือนกับการนอนลอดผ่านท้องมังกร ใครที่ได้ลอดผ่านท้องมังกร ก็เหมือนกับเป็นการสะเดาะเคราะห์ เมื่อออกมาก็จะเจอแต่ความโชคดีนั่นเอง

ภาพจาก : voravuds / Shutterstock.com

ภาพจาก : voravuds / Shutterstock.com

          เข้าเดือน 10 ของปี เป็นช่วงเวลาที่เราจะมาบอกลาหน้าฝนฉ่ำ ๆ และเตรียมตัวเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเป็นทางการแล้ว ใครอยากออกไปเที่ยวชิล ๆ ให้ธรรมชาติโอบกอด ก็ลองดูที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2566 ที่เรานำมาฝากกัน ทั้งที่เที่ยวธรรมชาติสวย ๆ และเทศกาลงานประเพณีสำคัญมากมายแล้วจัดแพลนเที่ยวได้เลย
 

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

บทความ สถานที่ท่องเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง





Source link