Sunday, 19 May 2024

งานพืชสวนโลก งบฯ บาน 5 พันล้าน “เศรษฐา” เบรก ขณะทัวร์อีสาน

[ad_1]

“เศรษฐา” หอบ 7 รมต.ทัวร์ ขอนแก่น ส่องเขื่อนอุบลรัตน์ รับกังวลปีนี้น้ำน้อย ขอว่าที่แม่ทัพภาค 2 ขนทหารช่วยขุดลอกคลอง ลั่นเน้นย้ำน้ำต้องไม่ท่วมไม่แล้ง ปลอบขวัญเกษตรกรพักหนี้คือเรื่องเร่งด่วน หลอนแก้ปัญหาพืชผล ไร้แนวคิด “จำนำ-ประกันราคา” ไม่มีในนโยบายรัฐบาล ฮึ่มรับไม่ได้งานพืชสวนโลกงบฯงอกเท่าตัว 2.5 พันล้าน ขอเพิ่ม 3 พันล้าน เป็น 5.5 พันล้าน สวดภารกิจรัฐบาลเยอะแยะจะเอาเงิน ที่ไหนมาถม “อนุทิน” ขันนอตบิ๊ก มท.ปรับตัว ขึงขังระบบเส้นสายต้องหมดไป ไร้ขั้วเลิกแบ่งสิงห์ดำสิงห์แดง คนทำดีต้องได้ดี “พิพัฒน์” ถก 16 องค์กรลูกจ้าง-หอการค้า อ้อมแอ้มขึ้นค่าแรง 600 บาท ในปี 67 ขอหารือไตรภาคี “ก้าวไกล” โหมโรงขย่มรัฐบาล เหน็บ ประเทศเปลี่ยนแค่นายกฯ แต่รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ปชป.จัด 15 สส.รอขยี้นโยบายไม่ตรงปก “อู๊ดด้า” อัดสัญญาไว้อื้อ ไม่ใส่ลงนโยบายหลายเรื่อง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ใช้เวลาก่อนที่จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 11-12 ก.ย. ไปลงพื้นที่หลายจังหวัดภาคอีสาน เพื่อรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชน และข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมแก้ปัญหาภัยแล้ง

“เศรษฐา” ควง 7 รมต.ลุยขอนแก่น

เมื่อเวลา 08.15 น.วันที่ 8 ก.ย.ที่ จ.ขอนแก่น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พร้อมนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เตรียมแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยได้สักการะศาลหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองขอนแก่น มีนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น รวมถึง สส.ขอนแก่น พรรค พท. อดีตสส.อีสานและกลุ่มชาวอีสาน 20 จังหวัดมารอต้อนรับ โดยพากันผูกผ้าขาวม้าที่เอวนายกฯและมอบพวงมาลัยให้ พร้อมส่งเสียงตะโกนว่า “นายกฯเศรษฐา ประชาชนเศรษฐี” ทั้งนี้นายกฯใช้รถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ดสีดำ ทะเบียน กล 5558 อุดรธานี เป็นพาหนะเดินทาง โดยแวะทานอาหารเช้าที่ร้านเอมโอช ร้านไข่กระทะชื่อดังในพื้นที่

ขอ ทภ. 2 ลอกคู–ลั่นน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง

จากนั้นเวลา 10.00 น. นายเศรษฐาและคณะ มาถึงเขื่อนอุบลรัตน์พบปะประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ชลประทาน โดยนายกฯได้รับฟังรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์จากกรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 2 สรุปปีนี้เขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำน้อย นายเศรษฐาได้ขอให้กองทัพจัดกำลังพลสนับสนุนขุดลอกคูคลองในพื้นที่ จ.ขอนแก่น แล้วคุยกับกลุ่มตัวแทนเกษตรกรรอบเขื่อนว่า เป็นเกียรติมากที่มาเยือน จ.ขอนแก่นเป็นจังหวัดแรกๆ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วจะเดินหน้าทำงานทันที ฟังรายงานแล้วกังวล มีน้ำเก็บไว้น้อย นอกจากโชคดีมีฝนตกมาเยอะ ขณะนี้น้ำทุกเขื่อนในภาคอีสานยังน้อยอยู่ ต้องบริหารจัดการให้ดี ทั้งด้านการเกษตร อุปโภคบริโภค และภาคอุตสาหกรรมใช้มากสุดคือการเกษตร รัฐบาลจะทำให้ดีที่สุด บริหารจัดการคูคลอง ถ้ามีปัญหากองทัพพร้อมเข้ามาช่วย การลงทุนการเกษตร เช่น โครงการ โขง ชี มูล เลย เรื่องชลประทาน ฝายแกนซอยซีเมนต์ รัฐบาลจะให้ความสำคัญมากที่สุด ให้ความสำคัญกับการทำให้น้ำไม่ท่วม ไม่แล้ง

ไม่หลงคนอวยนายกฯดีสุดในโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง นายวรพนธ์ จันทรธีระยานนท์ รองนายก อบต.ภูเวียง กล่าวกับนายเศรษฐาว่า “ท่านเป็นนายกฯที่ดีที่สุดเท่าที่โลกมีมา” ทำให้นายเศรษฐาตัดบทว่า “ไม่ขนาดนั้นหรอก เพิ่งเป็นไม่กี่วัน” จากนั้นนายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีมีคนชมเป็นนายกฯที่ดีที่สุดเท่าที่โลกมีมาว่า “คงไม่จริงหรอกครับ ผมเพิ่งได้เป็นนายกฯ อย่าไปหลงรักเสียงที่เราอยากจะฟังตลอด วันนี้เอาความเป็นจริงดีกว่า บางทีเสียงที่เราไม่อยากได้ยินคือเสียงที่ประเสริฐที่สุด” หลังพูดคุยประชาชนเสร็จ นายกฯและคณะร่วมทานบุฟเฟต์มื้อเที่ยงกับประชาชน มีเมนูแกงเขียวหวานไก่ ผักพริกแกงไก่ ไข่เจียว หมูทอดกระเทียมและไก่ย่าง โดยนายกฯเดินไปตักอาหารด้วยตัวเอง

ย้ำพักหนี้เกษตรกรเป็นเรื่องด่วน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่เขื่อนอุบลรัตน์ นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ว่ามีหลายเรื่องต้องเร่งแก้ไข ปีนี้น้ำน้อยอีกแค่ 1 เดือนจะจบฤดูฝนแล้ว การใช้น้ำแบ่งเป็นการใช้บริโภค อุตสาหกรรม สินค้าเกษตร จึงต้องบริหารจัดการระยะสั้น เช่น การทำฝาย การขุดลอกคลอง ขอดูระดับน้ำครั้งสุดท้ายก่อน คาดว่าฝนจะตกลงมาอีก เรื่องน้ำถือเป็นเรื่องใหญ่หลายรัฐบาลรวมถึงรัฐบาลเราต้องให้ความสำคัญ เพราะหากไม่ท่วมไม่แล้ง ถือว่าเราทำสำเร็จ ทั้งนี้แนวทางเพิ่มรายได้สุทธิให้เกษตรกร ต้องเปิดตลาดใหม่เพิ่ม เพื่อขอโควตาจีน ตะวันออกกลางส่งสินค้า ลดรายจ่าย เช่น ค่าปุ๋ย การเพิ่มความรู้ให้เกษตรกร จะเป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ทำให้มีรายได้สุทธิสูงขึ้น ต้องควบคู่ไปกับการพักหนี้เกษตรกร เชื่อว่าพี่น้องเกษตรกรมีศักดิ์ศรี กู้เงินใครมาอยากใช้คืน การพักหนี้เกษตรกรถือเป็นเรื่องเร่งด่วน

ไม่มีแนวคิด “จำนำ–ประกันราคา”

เมื่อถามว่าหากเกิดปัญหาราคาสินค้าการเกษตร จะใช้จำนำหรือประกันราคา นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนบอกว่าการจำนำการประกัน ไม่ได้อยู่ในนโยบายรัฐบาล ยกเว้นแต่มีภัยพิบัติจริงๆ แล้วค่อยว่ากัน เมื่อถามว่าในการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 11-12 ก.ย. ตั้งเป้าการเติบโตของจีดีพีแค่ไหน นายเศรษฐาว่า อยากเห็นจีดีพีมากกว่า 4 ปีที่ผ่านมา อยากเห็นการเติบโตของจีดีพีปีละ 5%

เมื่อถามถึงกรณีที่ชื่อนายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ คณะทำงานด้านนโยบายการเกษตร มาเป็นโฆษกรัฐบาลนายเศรษฐา ถามย้อนกลับว่า “ตั้งแล้วหรือครับขอดูขั้นตอนอีกครั้ง รู้สึกประหม่านิดหน่อย ไม่รู้ว่าอะไรพูดได้พูดไม่ได้ ก็เป็นรายชื่อนั้น แต่ขอดูรายละเอียดก่อน ส่วนรองโฆษกรัฐบาล ไม่แน่ใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะมีโควตาด้วยหรือไม่ แต่ต้องว่าไปตามกฎ เราต้องให้เกียรติด้วย”

แวะฟังทุกข์ชาวนา อ.อุบลรัตน์

ต่อมาเวลา 12.30 น. ระหว่างนายเศรษฐาและคณะเดินทางไป จ.อุดรธานี ดูความคืบหน้าโครงการมหกรรมพืชสวนโลก อ.เมืองอุดรธานี ได้แวะเยี่ยมนายอุดร พื้นทอง ชาวนา อ.อุบลรัตน์ สอบถามถึงปัญหาการปลูกข้าว ได้รับการสะท้อนปัญหาข้าวราคาตกต่ำไม่คุ้มต้นทุน ราคาปุ๋ยและราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงน้ำท่วมน้ำแล้ง และเป็นหนี้ขายโคกระบือไม่ได้ราคามากเท่าที่ควร ขอวิงวอนให้นายกฯ และรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร โดยนายกฯตอบว่า ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ รัฐบาลพยายามจะเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้เกษตรกรให้ได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม 50% เหมือนประเทศเพื่อนบ้าน แต่ต้องไปดูด้วยว่าที่ราคาตกต่ำขึ้นอยู่กับพันธุ์ข้าว วิธีปลูก วิธีใส่ปุ๋ย ตรวจสอบดินก่อนปลูกหรือไม่ ส่วนน้ำมันราคาสูงขึ้น ยืนยันประชุม ครม.นัดแรกจะลดราคาน้ำมันทันที และมีนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท พักชำระหนี้เกษตรกรและลดค่าไฟให้ประชาชนทุกคน

ตรวจงานจัดพืชสวนโลก

ต่อมาเวลา 14.10 น. นายเศรษฐา พร้อมคณะ เข้าสักการะพระพุทธโพธิ์ทอง ศาลหลักเมือง และท้าวเวสสุวรรณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.อุดรธานี มี สส.อุดรธานี พรรค พท.รอต้อนรับพร้อมเพรียง รวมถึงนายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี ก่อนเดินทางต่อไปยังสวนสาธารณะหนองแด อ.เมืองอุดรธานี รับฟังความคืบหน้าโครงการมหกรรมพืชสวนโลกที่จะจัดขึ้นในปี 2569

โวย รบ.ภารกิจอื้อเอาเงินที่ไหนมาถม

นายเศรษฐากล่าวว่า อุดรธานีเป็นจังหวัดใหญ่มีความสำคัญในการพัฒนาภาคอีสาน สนามบินอุดรธานี มีมูลค่าสูงมีเที่ยวบินวันละหลาย 10 เที่ยว งานพืชสวนโลกต้องเชื่อมโยงกับการใช้สาธารณูปโภคพื้นฐาน ผลักดันให้เป็นอีเวนต์ระดับอินเตอร์ เป็นหน้าตาประเทศและภาคอีสานตอนบน การสร้างสถานที่จัดงานพืชสวนโลก มีคำถามงบฯเดิมวางไว้ 2,500 ล้านบาท แต่ขอเพิ่มอีก 3,000 ล้านบาทเป็น 5,500 ล้านบาท กระโดดไปได้อย่างไร แล้วจะเอางบฯมาจากไหน รัฐบาลมีภาระอื่นที่สำคัญเช่นกัน มีงบฯจำกัดต้องบริหารหลายภาคส่วน งบฯงอกไปกว่าหนึ่งเท่าตัวเรารับไม่ได้ ยืนยันว่าต้องมีการ บริหารจัดการให้อยู่ภายใต้งบฯที่พูดกันไว้ก่อนหน้านี้ รัฐบาลต้องทำให้ได้ทันเวลา งบฯแผ่นดินเป็นเรื่องสำคัญ ช่วงค่ำ นายเศรษฐาลงพื้นที่ถนนคนเดินในตัวเมืองอุดรธานี เพื่อดูการค้าขายของประชาชนในพื้นที่ ตลอดเส้นทางได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน เข้ามาทักทายขอถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก

พท.เลือกผู้นำใหม่ปลาย ก.ย.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ หารือวางหลักเกณฑ์คัดเลือกประธานกรรมาธิการของสภาฯ และกำหนดวันเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค พท.ชุดใหม่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองหัวหน้าพรรค พท.ให้สัมภาษณ์ว่า หลักเกณฑ์คัดเลือกประธาน กมธ.สภาฯ จัดสรรให้ตรงความรู้ ความสามารถ กำหนดวันเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 60 วัน คาดว่าจะจัดขึ้นราวปลายเดือน ก.ย.หรือต้นเดือน ต.ค. กระแสข่าวการเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค พท. ยังไม่ได้ยิน พรรคมีผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมหลายคน ต้องรับฟังความเห็นคนในพรรค เชื่อว่าจะมีผู้ถูกเสนอชื่อมากกว่านี้ ยินดีรับฟัง

โทรโข่ง รบ.ใหม่ ไม่เน้นตอบโต้

น.สพ.ชัย วัชรงค์ คณะทำงานด้านนโยบายการเกษตรพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการได้รับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯว่า ได้ตอบรับด้วยวาจาแล้ว รอความชัดเจนการแต่งตั้ง พร้อมเป็นโฆษกรัฐบาลและได้หารือกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯแล้วเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ต้องขออนุญาตให้น้องๆสื่อมวลชน แนะนำเด็กใหม่บทบาทโฆษกรัฐบาลสำคัญมากในการสื่อสารให้ประชาชนรับทราบที่ต้องถูกต้องและแม่นยำ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล ส่วนการตอบโต้ทางการเมืองคงไม่ไปแนวนั้น ไม่ถนัด ชอบแนวสร้างสรรค์

ต่อมาเวลา 14.10 น. น.สพ.ชัย เข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าพบ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นผู้บริหารระดับสูงสำนักเลขาธิการนายกฯ (สลน.) นำชมห้องทำงานที่ชั้น 4 ตึกบัญชาการ 2 และตึกนารีสโมสร ถ่ายรูปทำบัตรข้าราชการการเมืองก่อนเดินทางกลับ

“สุทิน” เร่ขอคำปรึกษา “2 ลุง”

ที่พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม กล่าวถึงการหารือพูดคุยกับนายสุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการรัฐศาสตร์อาวุโสและด้านความมั่นคงว่า ได้ข้อแนะนำอย่างที่นายสุรชาติเคยเขียนเป็นบทความเสนอผ่านสื่อมวลชน จะนำมาปรับใช้ทำงาน ประกอบความเห็นจากฝ่ายทหารที่ได้ไปเดินสายพูดคุยมา ทั้งนี้ นายสุรชาติไม่ขอรับตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.กลาโหม ขอพักผ่อน แต่ยินดีให้คำแนะนำตลอด เมื่อถามว่าจะไปหารือการทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯและ รมว.กลาโหมหรือไม่ นายสุทินตอบว่า ทำงานไปสักระยะแล้วมีปัญหาจะหาเวลาไปพบ รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯและอดีต รมว.กลาโหมทุกคน จากการหารือกับ พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ชัดเจนว่ากองทัพยอมรับการเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปสู่กองทัพที่ดีมีประสิทธิภาพ แต่เรื่องยุทธการตนจะไม่ยุ่ง

“อนุทิน” ขันนอตผู้บริหาร มท.ปรับตัว

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย พบปะกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ในการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวง มท. โดย นายอนุทินกล่าวว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้าเป้าหมายเดิมของหน่วยงานต่างๆอาจถูกปรับปรุงพัฒนาไปตามแนวทางในคำแถลงนโยบายของ ครม.ผู้บริหาร มท.ต้องพร้อมยืดหยุ่น ปรับตัว ให้เท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดีเอ็นเอข้าราชการ มท.ยุคนี้ต้อง “ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที” เข้าใจสถานการณ์โลก รู้ผลกระทบต่อประเทศไทยและปรับตัวได้ทัน พัฒนาชุมชนและพี่น้องประชาชนให้พึ่งพาตนเองได้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องเข้าใจบริบทที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าเศรษฐกิจหรือสังคม และใช้เทคโนโลยี ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนางานทุกด้าน การตัดสินใจได้อย่างแม่นยำรวดเร็ว ปฏิบัติงานไวทันสถานการณ์ เรื่องของประชาชนคือเรื่องด่วนเสมอ 4 ปีจากนี้ทุกคนจะคุ้นชินกับคำว่า “รัฐบาลดิจิทัล” จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญไม่ต่างจากเครือข่ายคมนาคม น้ำ ไฟ และจะช่วยให้ข้าราชการทำงานสนุกขึ้น เกิดพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดทุกด้าน

ขึงขังไร้ขั้ว เส้นสาย ทำดีต้องได้ดี

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายล้างระบบเส้นสายในกระทรวง มท.ว่า คนทำงานดี มีผลงานประชาชนชื่นชอบ คือคนที่เส้นใหญ่จริง คนนั้นนับว่าทำงานเข้าตาผู้บริหาร จากนี้ในกระทรวงจะไม่มีขั้วนั้นขั้วนี้ ช่วยกันไปช่วยกันมา แต่จะวัดกันที่ผลงาน เส้นสายต้องหมดไป ใครที่มีหัวใจอยากรับใช้ประชาชน มีฝีมือ ทำให้ประชาชนมีความสุขได้ ผู้บริหารจะให้ความเป็นธรรมผลักดันให้ก้าวหน้า คนใช้วิธีเอาใจคนอื่น มองไม่เห็นประชาชนแล้วหวังจะก้าวหน้าแบบนั้นไม่เติบโต “สำหรับผมคนเส้นใหญ่จริงคือคนทำงานมีประสิทธิภาพ เก่ง ทุ่มเทเสียสละ รักพี่น้องประชาชน ผมต้องเคารพยำเกรง เพราะดูแลนายผมคือประชาชน พวกที่ไปฝากคนนั้นคนนี้มา ไม่ได้ดูแลประชาชน แต่กลับไปดูแลคนเพียงไม่กี่คน จึงไม่สมควรได้รับปูนบำเหน็จใดๆ กระทรวงมท.ภายใต้การนำของตน ไม่มีคำว่าสิงห์ดำสิงห์แดง พิสูจน์มาแล้ว ยุคพ่อตนเป็น รมว.มหาดไทย เราเอาผลงานเป็นที่ตั้ง ระบบเส้นสายต้องหมดไปในยุคตน

ปัดฝุ่นชง กม.กัญชง–กัญชาเพื่อ ศก.

นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีพรรค พท.จะนำกัญชาไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ต้องขอบพระคุณหัวหน้าพรรค พท. ช่วงที่เราหารือกัน พรรค ภท.ฝากทำความเข้าใจว่าไม่ได้นำกัญชามาใช้ในทางสันทนาการหรือมอมเมา แต่นำมาใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ และเพื่อสุขภาพของประชาชน แต่ที่ผ่านมามีการสื่อสารที่ผิดเพี้ยนไปเพราะกฎหมายยังไม่ผ่านสภาฯ แต่หากกฎหมายผ่านแล้ว สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น เร็วๆนี้พรรค ภท.จะยื่นกฎหมายควบคุมกันชงกัญชาสู่สภาฯอีกครั้งหนึ่ง ต้องนับหนึ่งใหม่ แต่โครงสร้างพื้นฐานมีอยู่แล้ว โดย รมว.สาธารณสุขคนใหม่ และนายกรัฐมนตรี จะได้พิจารณาเพิ่มเติมหรือทำอะไรที่เป็นประโยชน์มากขึ้น ก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น และในคำแถลงนโยบายก็มีเรื่องนี้ปรากฎอยู่เช่นกัน

“พิพัฒน์” ถก 16 สภาองค์การลูกจ้าง

ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ประชุมร่วมกับ 16 สภาองค์การลูกจ้างและ 8 สหภาพแรงงาน รับฟังข้อเสนอและแนวการพัฒนาด้านแรงงาน โดยนายพิพัฒน์กล่าวว่า สภาองค์การลูกจ้างนำเสนอหลายเรื่อง อาทิ การรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 87 และ 98 เป็นข้อเรียกร้องเดิม ยังมีเรื่องการถูกเอารัด เอาเปรียบของผู้ใช้แรงงาน ต้องลงไปดูให้ครบทุกมิติ สิ่งที่รัฐมนตรีคนเก่าทำดีอยู่แล้วจะสานต่อไป หลังจากนายกฯแถลงนโยบายต่อสภาฯวันที่ 11-12 ก.ย. จะมาหารือกันอีกครั้ง เพื่อนำนโยบายที่ได้แถลงเกี่ยวกับแรงงาน รวมทั้งเรื่องค่าแรงที่หาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง ต้องมาดูว่าจะไปทิศทางไหน

ขอรัฐจัดมาตรการอุ้มเอสเอ็มอี

ด้านนายทวี ดียิ่ง ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานอุตสาหกรรมเอกชน กล่าวว่า อนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยเสรีภาพในการ สมาคมและสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง ลูกจ้างเรียกร้องมาหลายสิบปี และยังมีหลายเรื่องที่ยังต้องผลักดันกฎหมายบางฉบับยังค้างอยู่ ทั้งประกันสังคม แรงงานนอกระบบ ส่วนการปรับขึ้นค่าจ้างเป็นนโยบายแต่ละพรรคหาเสียงไว้ไม่เหมือนกัน ลูกจ้างได้ประโยชน์ แต่จะมีผลกระทบในกลุ่มเอสเอ็มอี ภาครัฐต้องมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มนี้ด้วย ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือได้เกิน 600 บาทแล้ว

จับเข่าคุยหอการค้าลุยจ้างงาน

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานหอการค้าไทย นายพิพัฒน์ร่วมหารือกับนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยนายพิพัฒน์กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอหอการค้าฯที่พิจารณาแนวทางจ้างงานรายชั่วโมงบางธุรกิจ การสนับสนุนแรงงานภาคการท่องเที่ยวให้เพียงพอและสอดคล้องกับการเติบโตของการท่องเที่ยว ควบคู่กับการพัฒนาฝีมือแรงงานส่งออกไปต่างประเทศ ส่วนข้อกังวลของภาคเอกชนต่อการขึ้นค่าแรง 600 บาท ภายในปี 2570 รัฐบาลต้องปรึกษาหารือร่วมกับคณะกรรมการไตรภาคี เพื่อกำหนดแนวทางความเหมาะสมในการขับเคลื่อนนโยบายต่อไป

“ธรรมนัส” นำทีมช่วยน้ำท่วมกาฬสินธุ์

เมื่อเวลา 11.30 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ นำนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรม ชลประทานและคณะ นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปลงยังสนามกีฬาวิทยาลัยการอาชีพห้วยผึ้ง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ตรวจอ่างเก็บน้ำห้วยผึ้ง ติดตามภารกิจช่วยเหลือค้นหาผู้สูญหาย มอบเงินช่วยเหลือให้กำลังใจครอบครัวนายภัทรเดช สายหยุด อายุ 20 ปี ที่ถูกกระแสน้ำพัดจมน้ำเสียชีวิต และไหว้ศพนายภัทรเดช ก่อนไปพบปะกับประชาชน มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ห้วยผึ้ง ไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.กุฉินารายณ์ และไปยังวัดบูรพาเทพนิมิต ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ มอบถุงยังชีพ ผู้ประสบอุทกภัยกว่า 350 คน

ก.ก.โหมโรง ปท.เปลี่ยนแค่นายกฯ

วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล (ก.ก.) โพสต์ข้อความว่า เมื่อรัฐบาลเปลี่ยน แต่หลายอย่างไม่เปลี่ยน จึงแน่ชัดว่าวันนี้เปลี่ยนแค่นายกฯ แต่รัฐ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ค่าแรง? เกณฑ์ทหาร? กระจายอำนาจ? รัฐธรรมนูญใหม่? จะเปลี่ยนอะไรได้ เมื่อ ไม่กล้าแตะต้นตอปัญหา 11-12 ก.ย. ชำแหละนโยบายรัฐบาลเศรษฐา 1 ในวาระที่นายกฯจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาพร้อมฟังข้อเสนอแนะจากพรรคก้าวไกล บริหารอย่างไร ให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม #รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง #แถลงนโยบายเศรษฐา 1

15 สส.ปชป.รอขยี้นโยบายไม่ตรงปก

เมื่อเวลา 10.10 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคปชป.ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวอภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่า พรรคจะอภิปรายครบทั้ง 3 ด้าน คือ การเมือง เศรษฐกิจและสังคม มี สส. แสดงความจำนงอภิปรายไว้แล้ว 15 คน ตนจะอภิปราย คนแรก ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงน่าจะเป็นคนที่ 2 ถัดจากพรรคก้าวไกล จากนั้นจะมีนายชวน หลีกภัยและ สส.ของพรรคอีกหลายคนเตรียมอภิปรายไว้ จะทำหน้าที่เต็มที่เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล แนวทางการอภิปรายจะสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา ตามเนื้อผ้าของนโยบาย พร้อมให้คำเสนอแนะตรงไป ตรงมา และการตั้งคำถามบางคำถามที่บางนโยบายยังขาด ความชัดเจนแทนประชาชน เพราะต้องยอมรับตามจริง ว่า บางเรื่องยังคลุมเครืออยู่มาก เมื่อดูเนื้อหานโยบายภาพรวมทั้งหมดไม่ตรงปกจริงอย่างที่วิจารณ์กันอยู่

หาเสียงสัญญาไว้ไม่ใส่หลายเรื่อง

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า รายละเอียดขอรอวันอภิปรายจริง มีหลายนโยบายขอไปพูดวันนั้น บางเรื่อง ที่สัญญาไว้ตอนหาเสียงไม่มี แล้วก็ไม่มีเยอะด้วย ไม่ใช่ไม่มีแค่นโยบาย สองนโยบายจะให้ความเห็นตามเนื้อผ้า ตรงไปตรงมา ไม่มีอคติอะไรทั้งสิ้น เรียนแล้ว ว่าจะเป็นการอภิปรายแบบสร้างสรรค์จริงๆ ให้เป็นประโยชน์กับการบริหารราชการแผ่นดินต่อไปของรัฐบาล และให้เกิดประโยชน์สูงสุดจริงๆกับประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงมา ทั้งนี้ ได้ตกลงกับพรรค ก.ก.แล้ว พรรค ปชป.ได้เวลาอภิปราย 2 ชั่วโมง 15 นาที ตั้งใจ อยาก 3 ชั่วโมง แต่เมื่อไม่ได้ไม่เป็นไร ไม่ขัดข้องหมองใจอะไร ไม่มีปัญหา พรรคการเมืองที่ไม่ไปเป็น รัฐบาล ต้องมาร่วมทำงานกันในฐานะฝ่ายค้าน เป็นภาคบังคับของระบบรัฐสภา เป็นเรื่องปกติ การทำงาน ร่วมกับพรรค ก.ก.อะไรที่ต่างกัน ปชป.ยังคงจุดยืน ความแตกต่างนั้น เช่น ไม่แตะมาตรา 112

ปธ.สภาจี้เร่งชงร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 67

เมื่อเวลา 11.50 น. ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯรายจ่ายประจำปีงบฯ พ.ศ.2567 และการ ใช้งบระหว่างที่รัฐบาลยังไม่เสนอร่างกฎหมายงบฯ เข้าสู่การพิจารณาว่า กรณีเข้าสู่เดือน ต.ค. เป็นปีงบฯ ใหม่แล้ว แต่ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายงบฯ 2567 ตามกฎหมายกำหนดให้ใช้งบฯ ปี 2566 ไปพลางก่อน ทั้งงบประจำหรืองบอื่นๆ ขณะเดียวกัน รัฐบาลมีหน้าที่ ต้องเร่งเสนอร่างกฎหมายงบฯเข้าสภาฯ และกำหนดวันพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน ต้องพิจารณาให้เสร็จ ภายใน 105 วัน นับแต่เสนอร่างกฎหมายให้สภาฯ ตามรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ยังไม่มีการประสานงานมายัง สภาฯ คาดว่าวันแถลงนโยบายคงได้พบนายกฯ และเลขาธิการ ครม.หารือเรื่องนี้ น่าจะทำได้เร็ว เพราะรัฐบาลต้องการนำงบฯไปใช้

จ่อถกจบดราม่าอาหาร สส.

ประธานสภาฯกล่าวถึงกรณีมี สส.นำอาหารที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จัดให้ระหว่างการประชุม สภาฯ ไปทานนอกสถานที่ว่า คาดว่าหลังรัฐสภาพิจารณา นโยบาย ครม.แล้วเสร็จ จะหารือกับสำนักงานเลขาธิการ สภาฯ เป็นทางการต่อไป แนวทางการบริการอาหารให้ สส.ต้องยึดหลักเหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย ต้องให้ สส. ได้รับการบริการที่ดีด้วย แต่ในอนาตจะปรับลดงบฯเรื่องนี้หรือไม่ คงต้องพิจารณารายละเอียดร่วมกับรองประธานสภาฯทั้ง 2 คนอีกครั้ง ยอมรับว่ามีปริมาณ อาหารเหลือ แต่ทางปฏิบัติต้องเข้าใจว่าบางครั้งมี สส.มาประชุมมาก หรือบางครั้งมี สส.กลับไปก่อน ต้องร่วมหารือกันทุกฝ่าย ให้เกิดสมดุล อาหารเตรียมไว้ มากไปไม่ดี หรือเตรียมอาหารไว้พอดี ถ้าเลิกประชุมเร็วทำให้อาหารเหลือบ้าง ต้องมีมาตรการทำให้สมดุล ให้ได้ กรณีการเผยแพร่ภาพ สส.นำอาหารของสภาฯ กลับไปทานนอกรัฐสภา พร้อมตอบโต้เป็นอาหาร ที่เหลือหลังการประชุมสภาฯเสร็จแล้ว กรณีถ้ามีอาหาร ของสภาฯเหลือ เลขาธิการสภาฯแจ้งให้ทราบเบื้องต้น ว่าจะนำไปบริจาคทางสาธารณกุศล เช่น สถานรับ เลี้ยงเด็ก เป็นต้น

“พิเชษฐ์” กุมขมับ ปธ.กมธ.ไม่ลงตัว

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ เปิดเผยถึงปัญหาการจัดสรรโควตาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญทั้ง 35 คณะ ไม่ลงตัวว่า หากพรรคต่างๆ ตกลงกันไม่ได้จะไม่จับสลากเพราะพรรค ก.ก.ไม่อยากจับ และถ้าประชุมตัวแทนพรรครอบ 3 แล้วยังตกลงกันไม่ได้ ให้สมาชิกแจ้งไปยังวิปว่า ต้องการสังกัด กมธ.ชุดใด แล้วบรรจุคนเข้า กมธ.ทั้ง 35 คณะตามสัดส่วน ส่วนตำแหน่งประธาน กมธ.ไว้ว่ากันทีหลัง คงให้ กมธ. แต่ละชุดไปประชุมเลือกประธานและรองประธานกันเอง หรือพรรคต่างๆจะไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเอง สัปดาห์หน้าหากยังคุยไม่รู้เรื่องจะนัดประชุมครั้งที่ 3 อีกครั้ง ถ้ายังสรุปไม่ได้ ต้องให้เป็นเรื่องสภาจัดการ หลังแถลง นโยบายรัฐบาล

“เอ๋” พ้นมลทินแจ้งทรัพย์สินเท็จ

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 8 ก.ย. ศาลมีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ที่ อม.21/255 คดีหมายเลขแดงที่ อม.25/2565 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี พรรค พปชร.จงใจยื่นบัญชีแสดง รายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จฯ ในรายการเงินให้กู้ยืม 1 รายการ พระเครื่อง 2 รายการ ได้แก่ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย และพระสมเด็จ นางพญาพิษณุโลก พิมพ์อกนูนใหญ่ ศาลฯพิจารณามติเสียงข้างมาก เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบต่อผู้ร้อง พิพากษายกคำร้อง

[ad_2]

Source link