Friday, 19 April 2024

กวาดเครือข่ายกํานันนก ค้น 15 เป้าหมาย โยงอิทธิพลแก๊งฮั้วประมูล (คลิป)

[ad_1]

ตำรวจสนธิกำลังเข้าค้นเครือข่าย “กำนันนก” ใน จ.นครปฐม รวม 15 จุด พบรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และรถกระบะอีก 1 คัน พากำนันนกและมือปืนหนี เลขาฯ ป.ป.ท.ตรวจหลักฐานส่อเข้าข่ายฮั้วประมูลงานก่อสร้าง ส่วน “รองโจ๊ก” แจง พฐ.ยันกู้เซิร์ฟเวอร์ได้แล้ว ฉุนตำรวจไร้วุฒิภาวะ “บิ๊กเด่น” สั่งดูแลจิตใจลูกน้อง ดีเอสไอพบพิรุธเตรียมรับ 2 โครงการฮั้วสร้างถนนเป็นคดีพิเศษ ญาติเคลื่อนศพ ผกก.เบิ้มถึง จ.อุตรดิตถ์แล้ว ขณะที่นายกฯสั่งกำชับล้างมาเฟีย

ตำรวจเร่งสาวลึกคลี่คลายคดีที่สมุน “กำนันนก” หรือนายประวีณ จันทร์คล้าย อายุ 35 ปี อดีตกำนันตำบลตาก้อง อ.เมืองนครปฐม กระหน่ำยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือสารวัตรศิว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล เสียชีวิตในงานเลี้ยงบ้านกำนันอย่างอุกอาจต่อหน้าตำรวจอีกหลายนาย ต่อมามือปืนถูกวิสามัญฆาตกรรม ส่วนกำนันนกถูกจับกุม ภายหลังเกิดกระแสสังคมกดดันมองว่า พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ หรือ ผกก.เบิ้ม ผกก.2 บก.ทล.เป็นต้นเหตุชวนลูกน้องมาตาย จนเกิดเหตุสุดช็อกยิงตัวตายในบ้านย่าน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผบ.ตร.สั่งกำชับสางคดีกำนันนกแบบถอนรากถอนโคน

ลุยค้นเครือข่ายกำนันนก 15 จุด

ความคืบหน้าช่วงเช้าวันที่ 13 ก.ย. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมด้วยตำรวจสอบสวนกลาง, ตำรวจภูธรภาค 7, เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) และเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญในพื้นที่ จ.นครปฐม รวม 15 จุดที่มีความเชื่อมโยงกับบริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด ที่กำนันนกถือหุ้นส่วนอยู่เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างต่างๆ สงสัยว่ามีการร่วมกันสมทบในการเสนอราคาประมูลโครงการก่อสร้างที่เอื้อผลประโยชน์ต่อกัน หรือการฮั้วประมูลมีจุดสำคัญ 6 เป้าหมาย

รปภ.ยื้อไม่ให้เข้าตรวจค้น

เป้าหมายที่ 1 คือ ที่บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด อยู่ในพื้นที่ ต.ตาก้อง อ.เมืองนครปฐม จุดนี้มีลักษณะคล้ายเป็นแพลนท์ปูนผสมคอนกรีตขนาดใหญ่ มีรถบรรทุกหลายคันจอดอยู่บริเวณลานกว้าง เจ้าหน้าที่แสดงหมายค้นศาลอาญา แต่พนักงานของบริษัทและ รปภ.พยายามขัดขวางเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายใน เจ้าหน้าที่พยายามชี้แจงให้ฟังว่าพฤติกรรมดังกล่าวถือว่ามีความผิดฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ก่อนที่พนักงานบริษัทดังกล่าวจะยินยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายในพื้นที่ของบริษัท จุดนี้มีตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ บช.ภ.7 เข้าไปเคลียร์พื้นที่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบข้างใน ระหว่างที่ตำรวจเข้าตรวจค้น สังเกตเห็นว่ามีบุคคลของกำนันนก สวมหน้ากากอนามัยเดินขึ้นรถตู้ออกจากพื้นที่ไป

พบรถพาหนี พฐ.เร่งตรวจสอบ

ขณะที่บริเวณแพลนท์ปูน บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด เจ้าหน้าที่พบรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน ศษ 991 กรุงเทพมหานคร และรถกระบะสีบรอนซ์เทาอีก 1 คัน มีลักษณะตรงกับรถของกำนันนกและนายหน่องมือปืนที่ยิงสารวัตรศิวเสียชีวิตเป็นพาหนะใช้หลบหนีในวันเกิดเหตุมาจอดทิ้งเอาไว้ด้านในของบริษัทแห่งนี้ ต่อมาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำรถยกนำรถ 2 คันไปตรวจสอบที่ บช.ภ.7 เพื่อเก็บรอยนิ้วมือรอบคัน เนื่องจากรถถูกดัดแปลงสภาพ

ค้นบริษัทคู่แข่งรับเหมาก่อสร้าง

เป้าหมายที่ 2 บริษัท ธงชัย เจริญก่อสร้าง 2566 จำกัด เป็นคู่แข่งที่ร่วมประกวดราคาก่อสร้างถนนกับบริษัทของกำนันนก หลังมีข้อมูลว่าอาจฮั้วประมูล ทีมงานฝ่ายกฎหมายของบริษัท ธงชัย ยืนยันเป็นเพียงบริษัทคู่แข่งกับบริษัทของกำนันนกเท่านั้น แต่ไม่รู้จักกันส่วนตัว เปิดเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย มีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท เป้าหมายที่ 3 บริษัท สิงห์ชัยเคพีเอส จำกัด เป็นคู่แข่งของกำนันนกอีกแห่งที่ ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง แนวทางการสืบสวนพบว่า บริษัทแห่งนี้มีนายนริศร หรือแบงก์ วุฒาพาณิชย์ เป็นหุ้นส่วน เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งหมายศาล พบนายแบงก์อยู่ในบริษัทขอตรวจสอบเอกสารต่างๆของบริษัท มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างต่างๆหรือไม่ โดยได้ตรวจยึดเอกสารและซีพียูคอมพิวเตอร์ไปตรวจ ใช้เวลาตรวจค้นกว่า 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่เชิญตัวนายแบงก์ไปสอบปากคำที่ บช.ภ.7

“แบงก์” เคยแข่งประมูลงานแต่แพ้

นายแบงก์เปิดเผยว่า ส่วนตัวรู้จักกับกำนันนกเคยคุยกันบ้าง เพราะเป็นผู้รับเหมาใน จ.นครปฐมเหมือนกัน และบริษัทของตนจะแข่งขันกับบริษัทของกำนันนกในการประมูลงาน แต่แพ้ประมูลเพราะเป็นบริษัทเล็ก ยืนยันว่าไม่ได้มีการฮั้วประมูลหรือเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทกำนันนกและยินดีให้ตรวจสอบทุกอย่าง

ค้นบ้านกำนันเต้งร่วมฮั้วประมูล

เป้าหมายที่ 4 เป็นบ้านของนายศักรินทร์ ท้วมสุข หรือกำนันเต้ง หรือเต้ง ทุ่งรี ที่ ต.ทัพหลวง อ.เมืองนครปฐม แนวทางการสืบสวนพบว่า มีความเกี่ยวข้องกับกำนันนกในการฮั้วประมูลโครงการหนึ่ง แต่เมื่อไปถึงไม่พบกำนันเต้งญาติบอกว่า กำนันเต้งไปขายอาหารอยู่ที่ประเทศกัมพูชา เป้าหมายที่ 5 บ้านของกำนันเต้งอีกหลังที่อยู่ใกล้กัน พบรถหรูและคนงาน ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ติดต่อไปที่กำนันเต้งยืนยันว่า ไม่รู้จักกำนันนก และไม่เคยเกี่ยวข้องกับการฮั้วประมูล ไม่เคยทำธุรกิจกับนักการเมืองท้องถิ่นใดๆทั้งสิ้น ส่วนเป้าหมายที่ 6 บ้านของ จ.ส.ต.พิสิฐ ชิวปรีชา ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ในพื้นที่ต.ตลาดจินดา อ.สามพราน จ.นครปฐม จ.ส.ต.พิสิฐอยู่ในวันเกิดเหตุและมีประเด็นเรื่องของการขอให้ย้ายสายงานจากสารวัตรศิว แต่ไม่พบตัวจ.ส.ต.พิสิฐ ตรวจค้นพบปืน 9 กระบอก เป็นปืนยาว 3 กระบอก ปืนสั้น 6 กระบอก เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

ส่อเข้าข่ายสมคบกันงาบงาน

นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เบื้องต้นพบพิรุธส่อเข้าข่ายสมคบกันฮั้วประมูลโครงการก่อสร้าง เชื่อว่าผู้กระทำผิดไม่ได้มีแค่คนเดียว การตรวจค้นวันนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานนำไปวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อหาจุดเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำผิดคนอื่นๆ ถ้าถึงใครเตรียมตัวรับผิด นอกจากหน่วยงานที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว วันนี้มีเจ้าหน้าที่ทั้งจากกรมบัญชีกลาง กรมสรรพากรมาตรวจสอบเรื่องการเสียภาษี รวมถึง ป.ป.ง.เข้ามาตรวจสอบด้วย การที่ลงพื้นที่ตรวจค้นยืนยันว่า ทุกจุดมีความเชื่อมโยงกันมาก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด

พบปืนในบ้าน “โบ๊ต” 3 กระบอก

ต่อมาตำรวจคุมตัวนายโบ๊ต เจ้าหน้าที่เรือนจำใน จ.ราชบุรี ผู้นำเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดบ้านกำนันนกไปทิ้งน้ำเข้าสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองนครปฐม นายโบ๊ตบอกว่า รับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันทำลายหลักฐานไปเรียบร้อยแล้ว และได้รับการปล่อยตัวไปเนื่องจากเป็นการรับสารภาพและเข้ามามอบตัว ส่วนวันนี้ที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบในบ้านและพบปืน
3 กระบอก ยอมรับว่าปืนทั้งหมดไม่ใช่ชื่อของตนเป็นผู้ครอบครอง พนักงานสอบสวนนำตัวมาแจ้งข้อกล่าวหา เมื่อถามว่าทำไมถึงมีปืนอยู่ในบ้านที่ไม่ใช่ชื่อของตัวเองและเอาไปจำนำหรือไม่ นายโบ๊ตตอบว่า ไม่ใช่ ถามว่าเป็นคนนำเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดไปทิ้ง ตอบว่าใช่ แต่เมื่อถามว่ามีใครสั่งให้นำไปทิ้ง นายโบ๊ตไม่ตอบ นอกจากนี้ นายโบ๊ตยังยอมรับว่ามีความเครียด

“รองโจ๊ก” ลงพื้นที่ตรวจสอบรถ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. บินด่วนไปตรวจสอบที่บริษัท ป.พัฒนารุ่งเรืองก่อสร้าง จำกัด หลังพบรถของกลางช่วยกำนันนกหลบหนี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า รถคันดังกล่าวถูกนำไปล้างทำความสะอาด ดัดแปลงสภาพโดยการถอดไฟท้ายออกเพื่อทำลายหลักฐานไม่ให้ถูกจดจำได้ แต่ไม่ส่งผลต่อการเก็บพิสูจน์หลักฐาน เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว และถอดกล้องวงจรปิดในพื้นที่ของบริษัทนำไปตรวจสอบว่ามีใครเข้ามาเกี่ยวข้องนำรถมาซุกซ้อนไว้ หากพบใครเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีฐานช่วยเหลือ การแนวทางการสืบสวนทราบแล้วว่า ลูกน้องของกำนันนกเป็นคนขับพาหลบหนี นอกจากการตรวจสอบในเรื่องของเอกสารหลักฐานการฮั้วประมูลงานโครงการก่อสร้าง สัญญาคู่เทียบต่างๆแล้ว วันนี้ยังพบโพยหวย ก่อนหน้านี้ดำเนินคดีกับพัศดีไปแล้วหนึ่งคน และภรรยา เลขานายก อบจ.ไปแล้วหนึ่งคน ต้องขยายผลต่อไป

ตรวจสอบปืนเชื่อมโยงยิงคู่แข่ง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับผลการปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายในวันนี้ เบื้องต้นสามารถยึดของกลางเป็นอาวุธปืน 16 กระบอก เครื่องกระสุนอีกกว่า 200 นัด พบปืนมีทะเบียน 15 กระบอก ต้องนำไปตรวจสอบทั้งหมด หลังพบว่าอดีตเคยมีกลุ่มลูกน้องของกำนันนก นำปืนไปยิงเจ้าของบริษัทที่เสนอราคาแข่งในการประมูลโครงการก่อสร้าง
1 ในการตรวจค้นพบปืนเป็นของนายโบ๊ตมือทิ้งเซิร์ฟเวอร์ลงน้ำ ตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในคดีครอบครอง

พฐ.ยันกู้เซิร์ฟเวอร์ได้แล้ว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กองพิสูจน์หลักฐานแจ้งว่าการกู้เซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดสามารถกู้ได้ไม่มีปัญหา พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุจนครบแล้ว การออกหมายจับนั้นต้องรอกู้ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ เพราะจะทำควบคู่กันไปกับกระบวนการสืบสวน เรื่องเครือข่ายและเส้นทางการเงินขณะนี้ยังไม่ทราบ ต้องรอ สิ่งที่ต้องขยายต่อคือเรื่องเครือข่ายทั้งหมด กิ่งก้านสาขาทั้งหมดของกำนันนก วันนี้ได้หารือกับกรมอธิบดีบัญชีกลางแล้ว จะทำงานร่วมกันและประสานงานกันกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

ฉุนตำรวจหย่อนยานไร้วุฒิภาวะ

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า เรื่องกำนันนกนั้นคุยกับรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้เน้นย้ำเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย ท่านรับปากดูแลปฏิบัติเท่าเทียมกับผู้ต้องหากับนักโทษรายอื่นไม่ได้มีสิทธิพิเศษ เรื่องสำนวนไม่มีอะไรน่าหนักใจ ตำรวจกองปราบปรามทำงานร่วมกับตำรวจ ภ.7 ส่วนเรื่องการวิ่งเต้นให้กำนันออกจากเรือนจำนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวบอกเลยว่าวันนี้หากผู้บังคับการ ผู้กำกับ จังหวัดไหนไม่มีวุฒิภาวะและไม่มีศักยภาพไม่ต้องอยู่ ถ้าอยู่แล้วประชาชนเดือดร้อนต้องให้ ผบ.ตร.และรอง ผบ.ตร. ลงมาดูแลด้วยตัวเองก็ไม่ต้องมี

พลเรือนร่วมงาน 28 คน ตร. 29 นาย

รอง ผบ.ตร.กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนี้จะเรียงความรายละเอียดในสำนวนการสอบสวน และขยายผลไปถึงกระบวนการทั้งหมด ในวันนี้เชิญแม่บ้านมาสอบปากคำเพื่อไล่ถึงเรื่องเส้นทางการเงินด้วย พบเส้นทางการเงินของกำนันนกและนายหน่องว่ามีการส่งตรงไปที่ตำรวจ ส่วนใครบ้างนั้นเป็นความลับ แต่มีการโอนจริงต้องไล่เรียง ขณะนี้สอบปากคำตลอดทั้งวันพบว่ามีพลเรือน 28 คน ตำรวจ 29 นาย รวมทั้งหมดเป็น 57 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอมาร่วมการตรวจสอบด้วย

เฟซบุ๊กอวตารว่อนบิดเบือนข้อมูล

“สำหรับเรื่องเฟซบุ๊กอวตารตอนนี้เยอะมาก ไม่มีอะไรเพราะเป็นเฟซอวตารทำออกมาเพื่อหารายได้คล้ายกับข่าวแอม ไซยาไนด์ ที่จะมีข่าวอวตารออกมาเยอะมาก สำหรับเรื่อง ด.ต.ปลิดชีพตัวเองในวันนี้เป็นข่าวลือไม่มีอยู่จริง อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนไปถึงประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูล ตำรวจทำหน้าที่ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง แต่ต้องนึกถึงส่วนรวมเป็นหลักและนึกถึงความถูกต้อง มีบุคคลกระทำผิดก็ต้องกวาดบ้านกวาดเมืองให้เรียบร้อย เพราะคนที่ทำมาหากินจะได้รู้สึกปลอดภัย” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

“บิ๊กเด่น” สั่ง “รองโจ๊ก” ตามคดี

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีตำรวจเข้าค้น 15 จุด ใน จ.นครปฐม ว่า กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา การทำคดีจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การขยายผลตรวจค้นเครือข่ายของผู้มีอิทธิพล อีกส่วนคือคดียิงสารวัตรศิวกรจะต้องสืบสวนหาพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับกำนันนก และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือนให้ได้ รวมถึงความเกี่ยวเนื่องที่มีตำรวจเข้าไปพัวพันกับผู้มีอิทธิพล คาดว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากการกู้ข้อมูลเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดจากบ้านกำนันนก พร้อมกันนี้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบดูแลและติดตามความคืบหน้าในคดีอย่างต่อเนื่อง

สั่งดูแลจิตใจลูกน้องหวั่นซ้ำรอย

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการเยียวยา ครอบครัว พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1กก.2บก.ทล. เบื้องต้นต้นสังกัด และเพื่อนนักเรียนนายร้อยตำรวจรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวแล้ว รวมถึงกรณีพ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2บก. ทล. ผู้บังคับบัญชารวบรวมเงินเพื่อให้การช่วยเหลือแล้วเช่นกัน อย่างไร ก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหลักเกณฑ์ในการเยียวยาสำหรับผู้ที่เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ แม้กรณี พ.ต.ต.ศิวกรจะไม่เข้าข่าย แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีสวัสดิการด้านอื่นๆ ช่วยเหลือดูแล ครอบครัวอย่างเต็มที่ และยังกำชับให้ผู้บังคับบัญชาของตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว จับตาดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อไม่ให้เกิดความเครียด ป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอยเหมือนกรณี พ.ต.อ.วชิรา ในความคิดเห็นส่วนบุคคลเชื่อว่าตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เป็นเพียงส่วนน้อย ส่วนใหญ่ยังเป็นตำรวจที่ดีและไม่อิงกับผู้มีอิทธิพล อยากขอความเป็นธรรมให้กับตำรวจส่วนใหญ่ด้วย แม้แต่ตำรวจที่ไปร่วมงานเลี้ยงก็ใช่ว่าจะมีความผิดทุกคน ขอให้รอผลการสอบสวนให้แล้วเสร็จก่อน

ดีเอสไอแถลงเครือข่าย “กำนันนก”

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้นางพิชญา ธารากรสันติ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือกองคดีฮั้วประมูลฯ ร่วมกันแถลงรายละเอียดการสืบสวนเครือข่ายบริษัทของนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก ผู้ต้องหาในคดีสั่งยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือสารวัตรแบงก์ ที่อาจเข้าข่ายฮั้วประมูล

พบพิรุธ 2 โครงการสร้างถนน

ร.ต.อ.สุรวุฒิกล่าวว่า ทำคดีนี้มาตั้งแต่ปี 2547 แต่อาจไม่เป็นที่สาธารณะรู้จัก และสืบสวนกำหนดเครือข่ายดังกล่าวจนพบว่ามีการประกอบการเกี่ยวกับธุรกิจของรัฐโดยรับโครงการจากภาครัฐ 1,544 โครงการ มูลค่าตอนนี้งบประมาณ 7,500 ล้านบาท ราคารวมทุกสัญญา 6,900 ล้านบาท อีกทั้งดีเอสไอมีหน้าที่สืบสวนเรื่องฮั้วประมูลสำหรับโครงการที่มีมูลค่าเกิน 30 ล้านบาท ตรวจสอบโครงการของกำนันนก 1,544 โครงการ (จำนวนโครงการที่รับงานจากภาครัฐ) และหลังจากดีเอสไอตรวจสอบพบว่าโครงการของ ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด มี 2 โครงการ ส่วนของ ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด มี 18 โครงการที่มีมูลค่าเกิน 30 ล้านบาท แต่ที่ดีเอสไอเห็นข้อพิรุธคือ 2 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย อ.ดอนตูม-ต.ลำลูกบัว และ 2.โครงการประกวดราคาจ้างก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย ต.ลำลูกบัว-บรรจบทางหลวงหมายเลข 346 ภายใต้สังกัดกรมทางหลวง และดีเอสไอได้รับเอกสารข้อมูลโครงการจากกรมทางหลวงเรียบร้อยแล้ว

2 โครงการเตรียมรับเป็นคดีพิเศษ

ร.ต.อ.สุรวุฒิกล่าวอีกว่า จากการสืบสวนต่อเนื่องมีข้อมูลระดับค่อนข้างดี ล่าสุดมีชาวบ้านอยู่ในกลุ่มผู้ซื้อซองจากทั้ง 2 โครงการดังกล่าว แจ้งข้อมูลทางลับมาที่ดีเอสไอ และดีเอสไอมองว่าอาจเข้าข่ายมีพฤติการณ์สมยอมราคากัน กรอบของดีเอสไอคือ ตรวจสอบโครงการทั้ง 20 โครงการนี้ก่อนตามที่ได้รับข้อมูล จะทำให้เป็นโครงการตัวอย่างก่อน 2 โครงการ และอาทิตย์หน้าเตรียมรับเป็นคดีพิเศษ ส่วนเรื่องโครงการใดที่เห็นความผิดชัดเจนแล้วนั้นยังไม่เรียกว่ามีความผิด แต่เรียกว่ามีข้อพิรุธคือมีการประมูลในราคาต่ำ หรือเรียกว่าฟันราคาและทั้งสองโครงการนี้ใกล้เคียงกันคือ กลุ่มได้งานคือกลุ่มเดียวกัน กลุ่มซื้อซองก็ใกล้เคียงกัน อีกทั้งเมื่อเช้านี้จากการที่มีการเข้าตรวจค้นพบว่าในกลุ่มผู้ซื้อซองอาจเป็นคนได้รับผลประโยชน์

เชื่อส่งสมุนข่มขู่คู่แข่งเปิดซื้อซอง

ผอ.กองคดีฮั้วประมูลฯ กล่าวถึงลักษณะผู้จัดฮั้วประมูลว่า มีการแตกสาขากลุ่มใครกลุ่มมัน อาจมีบ้านเล็กบ้านใหญ่หรืออาจเกี่ยวข้องกับนักการเมือง เป็นไปได้ว่ากำนันนกคงมีลูกมือทำหน้าที่ข่มขู่คุกคามไม่ให้คนเข้ามาเปิดซื้อซอง อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเป็นการคีย์ระบบ e-bidding คนซื้อซองไม่จำเป็นต้องรับรู้ แต่กรณีนี้อาจจะมีความสามารถรับรู้การซื้อซองแล้วบล็อกไว้ เพราะตอนยื่นซื้อซองของทั้ง 2 โครงการมีประมาณ 30 ราย แต่ในวันประมูลเหลือเพียงไม่กี่ราย ในช่วงสัปดาห์หน้าตั้งแต่วันที่ 18-20 ก.ย. จะเรียกบริษัทที่เคยยื่นซื้อซอง 58 บริษัทเข้าให้ข้อมูล ทยอยเข้าให้ข้อมูลวันละประมาณ 20 บริษัท หากให้ปากคำเป็นประโยชน์จะกันเป็นพยาน แต่ถ้าให้ข้อมูลไม่เป็นประโยชน์อาจแปลได้ว่าสมยอมหรือไม่ และจะสอบถามเรื่องความสัมพันธ์ต่างๆ รวมถึงจะดูเรื่องโทรศัพท์และการติดต่อเพื่อหาความสัมพันธ์เชื่อมโยง เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง แต่จะตรวจสอบดูให้ครบทุกมิติ

พยานโร่แจ้งถูกขู่ไม่ให้ยื่นซอง

ร.ต.อ.สุรวุฒิกล่าวด้วยว่า มีพยานบางส่วนแจ้งเรื่องข่มขู่มาแล้ว มีพฤติกรรมไม่ให้พยานไปยื่นซองประมูลถูกข่มขู่ทางโทรศัพท์อ้างว่าโครงการนี้เป็นของผู้ใหญ่ สำหรับการออกหมายเรียกนายประโยชน์ จันทร์คล้าย และนางสุวีณา จันทร์คล้าย (บิดา-มารดากำนันนก) ดีเอสไออาจจะไม่ได้ออกหมายเรียกพยาน แต่จะสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนมีความชัดเจน หากพบความผิดหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดฮั้วประมูลโครงการของภาครัฐ จะดำเนินการออกหมายผู้ต้องหาได้ทันที

ไม่กลัวอิทธิพล-ทวงความเป็นธรรม

เมื่อถามว่ามีผู้ที่มีอิทธิพลมากกว่ากำนันนกหรือไม่นั้น ร.ต.อ.สุรวุฒิกล่าวว่า กำนันนกเป็นผู้มีอิทธิพลแต่ถ้ามีอิทธิพลมากกว่านั้นจะตรวจสอบให้หมด เพราะเป็นนโยบายที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สั่งการมอบหมายมาอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ในตอนนี้ทราบว่ากรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง มีหนังสือเวียนเรื่องระบบบล็อกเชนมาใช้เพื่อป้องกันการทุจริตฮั้วประมูลฯ แต่ไม่มีสิ่งใดสามารถป้องกันได้ 100% มันมีช่องโหว่อยู่แล้ว แต่ดีเอสไอไม่กลัว ทำเต็มที่และจะทำให้ดีเพื่อฟื้นความเป็นธรรม ส่วนเรื่องจะยึดอายัดทรัพย์สินใดๆของกำนันนกและครอบครัวหรือไม่ ต้องมีความผิดมูลฐานก่อน ตอนนี้ยังไม่มีความผิดมูลฐาน

จ่อแจ้งข้อหากำนันถ้าพบผิด

ร.ต.อ.สุรวุฒิกล่าวต่อว่า สำหรับการสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ ถ้าพยานให้ปากคำเชื่อมโยงไปถึงกำนันนก และพบว่ามีความผิดจริงตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ดีเอสไอจะต้องไปแจ้งข้อหาต่อเจ้าตัว แต่คงไม่ได้ไปสอบปากคำกำนันนก และโครงการที่จะพบความผิดในอนาคตนั้นจะเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ โทษสูงสุดหากมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องมีโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่จะมีโทษลดหลั่นกันไปตามความผิดที่เข้าไปเกี่ยว ถ้าบุคคลใดมีการสมยอมฮั้วราคากันอัตราโทษจำคุก 3 ปี หากเรียกรับสินบนอัตราโทษ 5 ปี และถ้ามีการข่มขู่อัตราโทษ 10 ปี กลุ่มคนที่ข่มขู่ผู้อื่นจะโทษหนักกว่า นอกจากนี้ ดีเอสไอจะต้องเรียกคณะตรวจรับงานของโครงการที่บริษัทกำนันนกประมูลไปได้นั้นมาสอบถามว่าการตรวจรับงานเป็นไปตามสเปกถูกต้องหรือไม่ ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป.พร้อมคณะทำงานนำเอกสารเกี่ยวกับโครงการฮั้วประมูลของกำนันนก มาพูดคุยหารือกับดีเอสไอ

เคลื่อนศพ ผกก.เบิ้มไปอุตรดิตถ์

สำหรับบรรยากาศการเคลื่อนย้ายศพ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ หรือ ผกก.เบิ้ม ผกก.2 บก.ทล. เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ศาลา 5 วัดตรีทศเทพวรวิหาร ครอบครัว “ยาวไทยสงค์” เคลื่อนศพ ผกก.เบิ้มไปบำเพ็ญกุศลที่วัดใหญ่ท่าเสา อ.เมืองอุตรดิตถ์ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ของวัดตรีทศเทพ และตำรวจ บก.ทล. ขนย้ายพวงหรีดขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา จากนั้นตั้งรูป พ.ต.อ.วชิรา หมวกขาวและกระบี่ไว้หน้าโลงศพ

น้องชายเศร้าคิดถึงพี่

เวลา 09.15 น. น้องชาย ผกก.เบิ้มเดินเข้าไปที่โลงศพไปพูดหน้าโลงศพแล้วโน้มตัวหอมรูปหน้าศพพี่ชายก่อนหันไปกอดเพื่อนที่ติดตามมาด้วย ผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามว่า พูดคุยอะไรกับ ผกก.เบิ้ม น้องชายที่น้ำตาคลอเอามือทุบที่หน้าอกซ้ายพร้อมบอกว่า “ผมรักพี่ชายผม ผมรู้เขาเป็นนักรบ ต้องรับผิดชอบ” ก่อนจะเดินออกจากศาลา

นิมนต์พระนำร่างออกเดินทาง

เวลา 09.45 น. ภรรยาและบุตรชาย ผกก.เบิ้มเดินทางมาถึงศาลา 5 วัดตรีทศเทพ พร้อมนิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป จากวัดสาครสุ่นประชาสรรค์ มานำร่างไปบำเพ็ญกุศลต่อ มี พ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผกก.8 บก.ทล. นำรถตู้โตโยต้า สีเทา ทะเบียน ฮพ 3862 กรุงเทพมหานคร เคลื่อนย้ายร่างศพไปยัง จ.อุตรดิตถ์ มีน้องชายเดินถือกระถางธูปนำ ภรรยาถือภาพหน้าศพสามี และ พ.ต.อ.วันชนะถือพานหมวก และกระบี่ จากนั้นเวลา 10.07 น. ขบวนรถเดินทางออกจากวัดตรีทศเทพไปวัดใหญ่ท่าเสา จ.อุตรดิตถ์

เพื่อน นรต.55 ไปร่วมอาลัย

ต่อมาเวลา 17.00 น. ขบวนรถวิ่งมาถึงที่วัดใหญ่ท่าเสา อ.เมืองอุตรดิตถ์ มีเพื่อนตำรวจ นรต.55 และตำรวจทางหลวงมาช่วยกันยกโลงศพเข้าไปตั้งไว้ที่ศาลาอเนกประสงค์ กำหนดสวดพระอภิธรรมเวลา 19.30 น. เป็นเวลา 4 คืน ตั้งแต่วันที่ 13-16 ก.ย. และคืนแรกมี พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภาค 6 เป็นประธาน และในวันที่ 17 ก.ย.เวลา 15.00 น. จะมีพิธีฌาปนกิจศพ บรรยากาศภายในงานมีญาติพี่น้องมาร่วมอาลัยเป็นจำนวนมาก

ทหารม้าระดมกำลังช่วยเคลียร์วัด

ด้านพระปลัดอนุชิต อธิปัญโญ ผู้ช่วยเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ในฐานะเจ้าอาวาสวัดใหญ่ท่าเสา กล่าวว่า ญาติของ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ หรือผู้กำกับเบิ้ม ผู้เสียชีวิตนั้นติดต่อมาเพื่อขอใช้สถานที่ศาลาอเนกประสงค์ เพื่อตั้งศพบำเพ็ญกุศล ทางวัดจัดการเตรียมสถานที่ไว้ให้แล้ว นอกจากนี้ เมื่อช่วงเช้าทหารจากมณฑลทหารบกที่ 35 ม.พัน.7 ค่ายพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์ มาช่วยกันตัดหญ้าและทำความสะอาดบริเวณในวัด เนื่องจาก พ.อ.วินัย ยาวไทยสงค์ พ่อ ผกก.เบิ้ม หลังเกษียณอายุราชการ เป็นประธานชมรมทหารผ่านศึก ม.พัน.7 และเป็นอดีตนายทหารม้า ม.พัน.7 ค่ายพิชัยดาบหัก เป็นที่รักของเหล่าทหารนำกำลังมาช่วยงานเพื่อให้เป็นสถานที่จอดรถ

ยื่นคลิปผู้มีอิทธิพลให้ฝ่ายมั่นคง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายก รัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์กรณีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลประเด็นผู้มีอิทธิพลที่มีคลิปเสียง สว.ทรงเอว่า ใครมีเรื่องนี้ต้องยื่นไปที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายตำรวจเลย ไปข้ามขั้นตอนไม่ได้ ถ้าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์จริงๆสามารถยื่นได้เลย ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับเรื่องผู้มีอิทธิพล มาเฟีย และเส้นสายอยู่แล้ว เป็นที่ประจักษ์และได้พูดไปหลายหนแล้ว รวมถึงกรณีตำรวจเสียชีวิตที่ จ.นครปฐม สั่งการไปหลายกรณีและติดตามสืบสวนอย่างใกล้ชิด จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะต้องมีการดำเนินการที่เด็ดขาด

นายกฯสั่งจังหวัดล้างมาเฟีย

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี แถลงว่า นายกฯมอบหมายให้ รมว.มหาดไทย กวาดล้างผู้มีอิทธิพล สีดำ สีเทาทั้งหลาย เนื่องจากนายกฯระบุว่า ที่ผ่านมามีคำสั่งไปหลายรอบ แต่ไม่เคยได้ผลเป็นรูปธรรม รวมถึงการดำเนินการดังกล่าวจะถือเป็น KPI (ตัวชี้วัดผลการทำงาน) ของ ผวจ. ผบก.ภ.จ. และ กอ.รมน.จังหวัดด้วย นายกฯบอกว่า ถ้าเอาเรื่องนี้ไม่อยู่ 3 คนนี้ต้องรับผิดชอบ ถ้าอยากจะรักษาตำแหน่งเอาไว้ต้องตอบสนองนโยบายนี้ ต้องให้ราบคาบรวดเร็วรวมถึงยาเสพติดด้วย

“ชาดา” ไม่หนักใจแก้ปัญหามาเฟีย

ด้านนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับการมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ดำเนินการขึ้นทะเบียนกลุ่มผู้มีอิทธิพลว่า ทางจังหวัดจะต้องทำรายงานเข้ามามีขั้นตอนทางกฎหมายว่า เมื่อรายงานขึ้นมาแล้วเข้าข่ายหรือไม่ จากนั้นต้องว่ากันไป เมื่อถามว่าสังคมคาดหวังในการแก้ปัญหาเรื่องนี้หนักใจหรือไม่ นายชาดาตอบว่าไม่หนักใจ

[ad_2]

Source link